การระบาดทั่วของโควิด-19 เรียงตามประเทศและดินแดน

บทความรายชื่อวิกิมีเดีย
ดูบทความหลักที่: การระบาดทั่วของโควิด-19

บทความนี้แสดงประเทศและดินแดนที่ได้รับผลกระทบและมีการตอบสนองต่อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) อันเนื่องมาจากการระบาดทั่วของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563 ซึ่งปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในอู่ฮั่น ประเทศจีน ทั้งนี้อาจไม่รวมถึงการตอบสนองและมาตรการสำคัญ

แผนที่การระบาดของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563 (ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2565):
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1,000,000 คนขึ้นไป
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 100,000– 999,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 10,000–99,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1,000–9,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 100–999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1–99 คน
  ไม่มีผู้ติดเชื้อยืนยันหรือไม่มีข้อมูล

การระบาดตามประเทศและดินแดน

ประเทศและดินแดน[A]ผู้ป่วย[B]เสียชีวิต[C]อ้างอิง
247607,362,0976,510,110[2]
 สหรัฐ[D][E][F][G]95,118,4821,049,749[4][5]
 อินเดีย44,484,729528,121[6]
 ฝรั่งเศส[H][I]34,725,285154,506[7][8]
 บราซิล34,477,539684,425[9][10]
 เยอรมนี[J]32,422,084148,217[11][12]
 เกาหลีใต้23,933,94927,381[13][14]
 สหราชอาณาจักร[K][L]23,554,519205,718[16]
 อิตาลี[M]22,004,612176,098[19][20]
 ญี่ปุ่น19,882,74942,110[21]
 รัสเซีย[N][O]19,618,428377,273[25]
 ตุรกี16,797,750100,840[26]
 สเปน[P][Q]13,358,722112,923[27]
 เวียดนาม11,431,82343,126[28]
 ออสเตรเลีย[R][S]10,111,19014,359[30]
 อาร์เจนตินา9,689,861129,769[31][32]
 เนเธอร์แลนด์[T][U][V]8,403,68022,696[34][35]
 อิหร่าน[W]7,537,081144,108[36][37]
 เม็กซิโก7,046,220329,652[38]
 อินโดนีเซีย6,385,140157,729[39]
 โคลอมเบีย6,304,317141,708[40]
 โปแลนด์6,202,436117,219[5][41]
 ไต้หวัน5,580,02710,170[42]
 โปรตุเกส5,438,35124,905[43][44]
 ยูเครน[X][Y]5,362,294116,681[45][46]
 ออสเตรีย4,984,80920,678[47]
 กรีซ4,804,98232,757[48]
 มาเลเซีย4,799,66336,270[49]
 ไทย4,665,34732,503[50][51]
 อิสราเอล[Z]4,640,21111,648[52]
 ชิลี[AA][AB][AC][AD]4,549,92760,696[53]
 เบลเยียม[AE]4,497,19932,575[54][55]
 เกาหลีเหนือ4,304,38080[56]
 แคนาดา4,221,43944,545[57][58]
 เปรู4,118,792215,982[59][60]
  สวิสเซอร์แลนด์[AF]4,059,53213,986[61][62]
 เช็กเกีย4,056,38440,898[63]
 แอฟริกาใต้4,013,721102,129[64][65]
 ฟิลิปปินส์3,898,88262,206[66][67]
 เดนมาร์ก[AG][AH]3,279,2226,965[69][70]
 โรมาเนีย3,235,52766,825[71][72]
 สโลวาเกีย2,580,74820,236[73]
 สวีเดน[AI]2,573,54820,006[74]
 อิรัก2,458,50925,348[75]
 เซอร์เบีย[AJ]2,307,30516,786[76]
 ฮังการี2,058,84747,367[77]
 บังกลาเทศ2,014,07729,330[78][79]
 สิงคโปร์1,854,4551,601[80][81]
 นิวซีแลนด์1,756,4431,944[82]
 จอร์แดน1,738,86714,114[83]
 จอร์เจีย[AK]1,735,68216,889[84]
 ไอร์แลนด์1,659,0347,870[85][86]
 ฮ่องกง1,623,0789,769[87]
 ปากีสถาน1,570,63630,594[88]
 คาซัคสถาน1,480,86219,043[89][90]
 นอร์เวย์[AL][AM][AN]1,460,8264,004[92]
 ฟินแลนด์[AO][AP]1,271,5165,768[95]
 โมร็อกโก[AQ]1,264,60916,275[96]
 บัลแกเรีย1,247,21537,638[97][98]
 ลิทัวเนีย1,224,5159,296[99]
 โครเอเชีย1,218,66316,772[100]
 เลบานอน1,212,02510,642[101]
 ตูนิเซีย1,144,82429,238[102]
 สโลวีเนีย1,138,3466,789[103][104]
 คิวบา[AR]1,110,8088,530[105]
 กัวเตมาลา1,108,77919,626[106]
 โบลิเวีย1,105,23622,212[107]
 คอสตาริกา1,097,6298,887[108]
 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์1,018,7792,342[109]
  เนปาล998,43212,010[110][111]
 เอกวาดอร์997,79135,873[112][113]
 เบลารุส994,0377,118[114][115]
 ปานามา981,8228,480[116][117]
 อุรุกวัย981,1867,455[118]
 มองโกเลีย980,4422,129[119]
 สาธารณรัฐประชาชนจีน[AS][AT][AU][AV]970,3195,226[120]
 ลัตเวีย904,9835,956[5][121]
 อาเซอร์ไบจาน816,9859,843[122]
 ซาอุดีอาระเบีย814,1929,312[123]
 ปารากวัย715,56919,494[124]
 ปาเลสไตน์702,5915,706[125]
 บาห์เรน673,3141,518[126]
 ศรีลังกา670,34116,724[127]
 คูเวต657,7452,563[128]
 สาธารณรัฐโดมินิกัน640,0644,384[129][130]
 พม่า616,21019,442[131]
 เอสโตเนีย598,6362,657[132]
 มอลโดวา[AW]579,11011,783[133]
 ไซปรัส[AX]578,0301,172[134]
 เวเนซุเอลา543,2045,804[135]
 อียิปต์[AY]515,64524,796[136]
 ลิเบีย506,8816,437[137][138]
 เอธิโอเปีย493,3167,572[139]
 ฮอนดูรัส454,77910,989[140][141]
 อาร์มีเนีย436,7278,662[142]
 กาตาร์434,153681[143]
 โอมาน397,9934,628[144]
 บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา396,87316,086[145]
 มาซิโดเนียเหนือ341,3709,503[146][147]
 เคนยา338,2715,674[148]
 แซมเบีย333,1804,017[149][150]
 แอลเบเนีย330,6873,584[151]
 บอตสวานา325,9112,778[152][153]
 ลักเซมเบิร์ก288,6581,123[154]
 มอนเตเนโกร276,9292,778[155]
 คอซอวอ271,8553,199[156]
 แอลจีเรีย270,5076,879[157][158]
 ไนจีเรีย264,2993,154[159]
 มอริเชียส258,3011,023[160]
 ซิมบับเว256,8345,596[161][162]
 อุซเบกิสถาน243,8931,637[163]
 โมซัมบิก230,1502,221[164]
 บรูไน223,059225[165][166]
 ลาว214,835757[167]
 คีร์กีซสถาน205,8352,991[168]
 ไอซ์แลนด์205,009213[169]
 เอลซัลวาดอร์201,7854,226[170]
 อัฟกานิสถาน195,2987,786[171]
 มัลดีฟส์184,924308[172][173]
 ตรินิแดดและโตเบโก180,5494,166[174][175]
 ยูกันดา169,3963,628[176][177]
 นามิเบีย169,2534,077[178]
 กานา168,5801,459[179]
 จาเมกา150,4013,269[180][181]
 กัมพูชา137,6893,056[182]
 รวันดา132,4711,466[183][184]
 ปวยร์โตรีโก121,9552501[185][186]
 แคเมอรูน121,6521,935[187][188]
 มอลตา114,206802[189]
 แองโกลา102,6361,917[190]
 บาร์เบโดส101,747556[191]
 สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 92,7111,405[192]
 เซเนกัล88,1531,968[193]
 มาลาวี87,9272,679[194]
 โกตดิวัวร์86,885821[195]
 ซูรินาม81,0571,384[196]
 เฟรนช์พอลินีเชีย76,520649[197]
 นิวแคลิโดเนีย74,125314[198]
 เอสวาตีนี73,3681,422[199]
 กายอานา71,1501,279[200]
 เบลีซ68,452680[201]
 ฟีจี68,195878[202][203]
 มาดากัสการ์66,6401,410[204]
 ซูดาน63,2704,961[205][206]
 มอริเตเนีย62,773993[207][208]
 กาบูเวร์ดี62,331410[209]
 ภูฏาน61,23321[210]
 ซีเรีย[AZ]57,1293,163[211]
 บุรุนดี49,37038[212]
 ทรานส์นีสเตรีย[BA]49,1861,192[213]
 กาบอง48,655306[214]
 เซเชลส์46,175169[215]
 อันดอร์รา46,113155[216]
 กือราเซา45,318287[217]
 ปาปัวนิวกินี44,900664[218]
 อารูบา42,970228[219]
 แทนซาเนีย39,168845[220][221]
 สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์[BB]38,8512,927[222]
 โตโก38,581284[223]
 ไอล์ออฟแมน[BC]38,008116[224]
 กินี37,652449[225][226]
 บาฮามาส37,101823[227][228]
 หมู่เกาะแฟโร34,65828[229][70]
 เลโซโท34,287704[230]
 เฮติ33,551841[231]
 มาลี31,998739[232]
 หมู่เกาะเคย์แมน30,21429[233]
 เซนต์ลูเชีย28,894391[234][235]
 เบนิน27,490163[236]
 โซมาเลีย[BD]27,0201,361[237]
 สาธารณรัฐคองโก24,837386[238][239]
 ติมอร์-เลสเต23,204138[240]
 หมู่เกาะโซโลมอน21,544153[241][242]
 บูร์กินาฟาโซ21,128387[243][244]
 ซานมารีโน20,456118[245]
 ยิบรอลตาร์20,069108[246]
 เกรเนดา19,403236[247][248]
 ลิกเตนสไตน์19,28586[249]
 เบอร์มิวดา18,019148[250]
 ซูดานใต้17,823138[251][252]
 ทาจิกิสถาน17,786125[253][254]
 อิเควทอเรียลกินี16,964183[255]
 ตองงา16,18212[256]
 ซามัว15,83929[257]
 จิบูตี15,690189[258]
 อับคาเซีย15,292230[259]
 สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์15,07117[260][261]
 นิการากัว14,931244[5][262]
 สาธารณรัฐแอฟริกากลาง14,883113[263]
 โดมินิกา14,85268[264]
 โมนาโก14,42463[265]
 เจอร์ซีย์[BC]13,070100[266]
 แกมเบีย12,311371[267]
 กรีนแลนด์11,97121[268][70]
 เยเมน11,9322,155[269]
 วานูอาตู11,90214[270]
 เอริเทรีย10,158103[271]
 ไนเจอร์9,931312[272]
 เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์9,430115[273]
 สหพันธรัฐไมโครนีเซีย9,03727[274]
 แอนติกาและบาร์บูดา8,974145[275]
 กินี-บิสเซา8,796175[276]
 คอโมโรส8,455161[277]
 กวม8,156139[4][278]
 ไลบีเรีย7,898294[279]
 เซียร์ราลีโอน7,749126[280][281]
 ชาด7,549193[282]
 หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน7,29164[283]
 นอร์เทิร์นไซปรัส7,13933[284]
 เซนต์คิตส์และเนวิส6,52446[285]
 หมู่เกาะคุก6,3811[286][287]
 หมู่เกาะเติกส์และเคคอส6,37236[288][289]
 เซาตูเมและปรินซีปี6,17776[290]
 ปาเลา5,4036[291]
 สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์[BB]4,723437[292]
 โซมาลีแลนด์4,608311[293][294]
 ซินต์มาร์เติน4,49475[295]
 แองกวิลลา3,85112[296]
 คิริบาส3,43013[297][298]
 หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ3,38327[299]
 เซาท์ออสซีเชีย[BE]3,33960+[259]
 แซงปีแยร์และมีเกอลง3,1311[300]
 สาธารณรัฐอาร์ทซัค2,75131[259]
 หมู่เกาะฟอล์กแลนด์1,8860[301]
 โบแนเรอ1,58617[302]
 มอนต์เซอร์รัต1,2298[303]
 เกิร์นซีย์[BC]82214[304]
 มาเก๊า7936[305]
 วาลิสและฟูตูนา7617[306][307]
 สาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี[BF]73242[308]
 หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา1832[309]
 แอนตาร์กติกา580[310]
 นครรัฐวาติกัน290[311]
 ซินต์เอิสตาซียึส200[312]
 ซาบา70[313]
 เซนต์เฮเลนา อัสเซนชัน และตริสตันดากูนยา7[314][315]
 บริติชอินเดียนโอเชียนเทร์ริทอรี50[316][317]
 อเมริกันซามัว40[318]
 อ่าวกวนตานาโม20[319]
พาหนะระหว่างประเทศ 
 เรือยูเอสเอส ทีโอดอร์รูสเวลต์[BG]1,1021[320][321]
 เรือชาร์ลเดอโกล[BH]1,0810[322]
 เรือไดมอนด์พรินเซส[BI]71214[323][324]
 เรือคอสตาแอตแลนติกา1480[325][326]
 เรือเกร็กมอร์ติเมอร์[BJ]1281[327][328]
 เรือเอ็มเอส ซานดัม[BK]134[330][331]
 เรือคอรัลพรินเซส[BL]123[332]
 เรือซีดรีมวัน[BM]90[333][334]
 เรือฮาเอ็นเอลเอ็มเอส ดลแฟง[BN]80[335][336]
ณ วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565
 หมายเหตุ 
  1. ประเทศ ดินแดน รวมถึงเขตอำนาจรัฐเหนือเรือที่ชักธงของตน การโอนสิทธิในที่ดินระหว่างประเทศ ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าพบผู้ติดเชื้อ แต่ละกรณีอาจมีความแตกต่างทางด้านสัญชาติ ในบางประเทศอาจครอบคลุมถึงหลายพื้นที่ตามที่ระบุไว้
  2. รายงานเฉพาะจำนวนผู้ป่วยยืนยันแล้ว จำนวนผู้ป่วยจริงอาจสูงกว่าที่รายงาน แต่ไม่สามารถยืนยันจำนวนดังกล่าวได้[1] เกณฑ์การรายงานและความสามารถในการทดสอบนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ
  3. ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้น เนื่องจากความถี่ของการอัปเดตข้อมูลในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน
  4. รวมกรณีบนเรือสำราญ แกรนด์พรินเซส ซึ่งเทียบท่าที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และไม่รวมกรณีจาก ดินแดนโพ้นทะเลของสหรัฐ
  5. ไม่ใช่ทุกรัฐหรือดินแดนโพ้นทะเลที่รายงานข้อมูลผู้รักษาหาย
  6. กรณีผู้ป่วยรวมถึงกรณีจากการวินิจฉัยทางคลินิก ผู้รักษาหายและเสียชีวิต รวมถึงการเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้น และผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวจากการกักกัน เป็นไปตามวิธีปฏิบัติของ CDC[3]
  7. กรณีของเรือยูเอสเอส ทีโอดอร์ รูสเวลต์ ปัจจุบันเทียบท่าอยู่ที่กวม รายงานแยกจากกรณีของประเทศ แต่รวมอยู่ในรายงานของกองทัพเรือสหรัฐ
  8. การทดสอบการติดเชื้อสงวนไว้สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการรุนแรงเท่านั้น รวมกรณีในจังหวัดโพ้นทะเลคือ เฟรนช์เกียนา, กัวเดอลุป, มาร์ตีนิก, มายอต, เรอูนียง, แซ็ง-บาร์เตเลมี และ แซ็ง-มาแต็ง และไม่รวมอาณานิคมโพ้นทะเลคือ เฟรนช์พอลินีเชีย, นิวแคลิโดเนีย, แซ็งปีแยร์และมีเกอลง
  9. จำนวนผู้รักษาหายรวมเฉพาะผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันและจำนวนผู้เสียชีวิตรวมทั้งจากโรงพยาบาลและจากสถานพักฟื้น (ESMS: établissements sociaux et médico-sociaux)
  10. หน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ไม่ได้รายงานจำนวนผู้รักษาหายครบทุกรัฐ
  11. ไม่รวมกรณีจากดินแดนโพ้นทะเลของบริเตน และ เขตสังกัดของพระมหากษัตริย์ ภายใต้อธิปไตยของสหราชอาณาจักร
  12. ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม รัฐบาลสหราชอาณาจักรไม่ได้เผยแพร่จำนวนผู้รักษาหาย ข้อมูลของวันที่ 22 มีนาคม รายงานผู้รักษาหาย 135 ราย[15]
  13. ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 มีการวินิจฉัยผลการติดเชื้อเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงเท่านั้น[17][18]
  14. รวมกรณีในดินแดน ไครเมีย และ เซวัสโตปอล ซึ่งถูกรัสเซียผนวกในปี 2557 แต่นานาชาติยังคงรับรองเป็นดินแดนของยูเครน
  15. ไม่รวมกรณีบนเรือสำราญ ไดมอนด์พรินเซส ซึ่งถูกแบ่งแยกเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ" กรณีเสียชีวิตหนึ่งรายบนเรือนั้นไม่ได้ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลรัสเซีย[22][23][24]
  16. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยยืนยัน จากการตรวจแอนติบอดีในซีรัม
  17. รวมกรณีจากดินแดนปกครองตนเอง เซวตา และ เมลียา
  18. ไม่รวมกรณีบนเรือสำราญ ไดมอนด์พรินเซส ซึ่งถูกแบ่งแยกเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ" ผู้ติดเชื้อจำนวน 10 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงผู้เสียชีวิต 1 ราย บันทึกไว้โดยรัฐบาลออสเตรเลีย
  19. รวมกรณีบนเรือสำราญเอ็มวี อาร์ตาเนีย ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยโดยหน่วยงานของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย[29]
  20. แยกรายงานกรณีจากกลุ่มประเทศองค์ประกอบของเนเธอร์แลนด์คือ อารูบา, กือราเซา และ ซินต์มาร์เติน
  21. แยกรายงานกรณีของเขตเทศบาลพิเศษคือ ซาบา, ซินต์เอิสตาซียึส และ โบแนเรอ
  22. รัฐบาลของเนเธอร์แลนด์ (RIVM) ซึ่งรับผิดชอบประเทศองค์ประกอบด้วย ไม่สรุปจำนวนผู้รักษาหาย[33]
  23. เนื่องจากภาวะขาดแคลน การทดสอบการติดเชื้อถูกจำกัดเฉพาะในกรณีที่มีอาการรุนแรง จำนวนกรณีรวมถึงที่มีการวินิจฉัยทางคลินิกและการเสียชีวิตตั้งแต่ 9 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา
  24. ไม่รวมกรณีในดินแดน ไครเมีย และ เซวัสโตปอล ซึ่งถูกรัสเซียผนวกในปี 2557 โดยนานาชาติยังรับรองเป็นดินแดนของยูเครน
  25. ไม่รวมกรณีของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์
  26. รวมกรณีจากดินแดนที่เป็นข้อโต้แย้ง ที่ราบสูงโกลัน และไม่รวมกรณีจากรัฐปาเลสไตน์
  27. รวมถึงดินแดนเขตพิเศษของเกาะอีสเตอร์
  28. วันที่ 29 เมษายน 2563 รัฐบาลชิลีเริ่มแจ้งจำนวนผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการแยกจากจำนวนผู้ป่วยที่ยืนยันอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน กรณีผู้ป่วยยืนยันทั้งหมด (ไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่) จะรวมอยู่ในรายงานอย่างเป็นทางการ
  29. กระทรวงสาธารณสุขชิลี พิจารณารายงานจำนวนผู้รักษาหายจากผู้ป่วยยืนยันที่ติดเชื้อมาแล้ว 14 วันไม่ว่าผู้นั้นจะยังมีอาการป่วยหรือยังมีผลทดสอบเป็นบวกต่อไวรัส โดยหักออกเฉพาะจำนวนผู้เสียชีวิตเท่านั้น
  30. จำนวนผู้เสียชีวิต รายงานเฉพาะกรณีที่มีผลตรวจเชื้อไวรัสเป็นบวกเท่านั้น
  31. จำนวนผู้เสียชีวิตยังรวมถึงกรณีผู้ป่วยที่ไม่ได้ทดสอบหาเชื้อ และกรณีในบ้านพักคนชราที่สันนิษฐานว่าเสียชีวิตจาก COVID-19
  32. แม้ว่าจะพบผู้ป่วยที่ให้ผลการตรวจเป็นบวกอีกจำนวนมากในสวิสเซอร์แลนด์ แต่ตัวเลขที่รายงานในที่นี้เป็นเพียงเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วเท่านั้น
  33. แยกกรณีจากหมู่เกาะแฟโร และ กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตการปกครองตนเองของเดนมาร์ก
  34. ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม 2563 ถึง 1 เมษายน เกณฑ์สำหรับการเข้าตรวจสอบผลติดเชื้อ มีเพียงผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและบุคลากรทางสาธารณสุขเท่านั้นที่สามารถเข้ารับการตรวจสอบได้ ช่วงเวลาก่อนหน้าและหลังจากนั้น การตรวจสอบเชื้อเป็นโดยทั่วไปรวมทั้งผู้มีอาการน้อยและผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย[68]
  35. การทดสอบกรณีที่สงสัยว่าติดเชื้อ ถูกระงับชั่วคราวทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2563 เพื่อเน้นความพยายามเพิ่มขึ้น ไปที่ผู้ที่มีความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยที่รุนแรง และภาวะแทรกซ้อน
  36. ไม่รวมกรณีในคอซอวอ ซึ่งเป็นดินแดนข้อพิพาทระหว่างกัน
  37. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยในดินแดน อับคาเซีย และ เซาท์ออสซีเชีย ซึ่งมีสถานะเป็นรัฐที่มีการรับรองอย่างจำกัด
  38. ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2563 การตรวจสอบผลติดเชื้อของผู้ที่มีอาการปกติถูกยกเลิก และสงวนไว้สำหรับบุคลากรทางสาธารณสุขและผู้ป่วยเฉียบพลันในกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น
  39. กระทรวงสาธารณสุขแห่งนอร์เวย์ ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อในนอร์เวย์มากกว่าตัวเลขที่รายงาน สันนิษฐานว่าตัวเลขที่ไม่ได้แสดงจะสูงกว่าเนื่องจากการจำกัดการทดสอบ อย่างไรก็ตาม จำนวนการทดสอบทั้งหมดต่อประชากร 1 คน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ค่อนข้างสูง[91]
  40. ประมาณการจำนวนผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมจากแพทย์เวชปฏิบัติ 40% มีผู้ป่วย 20,200 รายตามหลักเกณฑ์ "corona code" R991, จำนวนในตารางรวมทั้งกรณีตรวจสอบพบเชื้อและกรณีตามเกณฑ์วินิจฉัย corona code ของสถาบันการสาธารณสุขนอร์เวย์ (FHI)
  41. รวมกรณีจากหมู่เกาะโอลันด์ ซึ่งเป็นเขตการปกครองตนเองของฟินแลนด์[93]
  42. จำนวนผู้หายป่วยเป็นค่าประมาณตามรายงานกรณีผู้ป่วยที่ได้รับอย่างน้อยสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่มีข้อมูลการติดตามอื่น ๆ เกี่ยวกับโรคนี้ ยังไม่ทราบจำนวนผู้หายป่วยที่แน่ชัด เนื่องจากมีผู้ป่วยเพียงเล็กน้อยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล[94]
  43. รวมกรณีดินแดนที่มีข้อพิพาทเวสเทิร์นสะฮารา ในส่วนที่ควบคุมโดยโมร็อกโก และไม่รวมดินแดนในส่วนของรัฐโดยพฤฒินัยสาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี
  44. รวมกรณีบนเรือ เอ็มเอส แบรมาร์
  45. รวมกรณีที่มีการวินิจฉัยทางคลินิกและกรณีเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมาในจังหวัดต่าง ๆ ของมณฑลหูเป่ย์ และไม่รวมกรณีในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง, มาเก๊า และไต้หวัน
  46. ไม่รวม 1,268 กรณีไม่แสดงอาการซึ่งอยู่ภายใต้การสังเกตอาการโดยแพทย์ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน
  47. กรณีไม่แสดงอาการไม่ถูกรายงานก่อนวันที่ 31 มีนาคม
  48. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ 448 ราย ภายใต้การดูแลของแพทย์ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2563
  49. นับรวมกรณีที่รายงานโดยดินแดนปกครองตนเองทรานส์นีสเตรียที่เป็นข้อพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐมอลโดวา ในขณะที่กรณีที่รายงานโดยสาธารณรัฐมอลเดเวียพรีดเนสโตรวี ไม่รวมอยู่ด้วย
  50. รวมกรณีในแอโครเทียรีและดิเคเลีย และไม่รวมกรณีในนอร์เทิร์นไซปรัส
  51. รวมกรณีของเรือสำราญในแม่น้ำไนล์ ริเวอร์ อะนูเคต ที่เมืองลักซอร์
  52. ไม่รวมกรณีจากดินแดนที่มีข้อพิพาท ที่ราบสูงโกลัน
  53. ยกเว้นกรณีที่รายงานโดยดินแดนปกครองตนเองทรานส์นีสเตรีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐมอลโดวา
  54. 54.0 54.1 กรณีของดินแดนที่ไม่ได้รับการรับรอง สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ และ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ ไม่ถูกนับรวมกับจำนวนของแคว้นโดเนตสค์และลูฮันสค์ของยูเครน
  55. 55.0 55.1 55.2 เป็นดินแดนปกครองตนเอง เขตสังกัดของพระมหากษัตริย์ ภายใต้อธิปไตยของสหราชอาณาจักร
  56. ไม่รวมจำนวนของรัฐโดยพฤตินัย โซมาลีแลนด์
  57. กรณีผู้ป่วยในรัฐที่ไม่ได้รับการรับรองเซาท์ออสซีเชีย ไม่ถูกนับรวมกับกรณีของจอร์เจีย
  58. กรณีผู้ป่วยในรัฐโดยพฤฒินัย สาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี ไม่ถูกนับรวมกับกรณีของโมร็อกโก
  59. แม้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ทีโอดอร์รูสเวลต์ จะเทียบท่าอยู่ที่กวม แต่ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  60. เรือบรรทุกเครื่องบิน ชาร์ลเดอโกล ของกองทัพเรือฝรั่งเศส ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  61. กรณีเรือสัญชาติอังกฤษ ไดมอนด์พรินเซส ได้ถูกกักกันอยู่ในน่านน้ำญี่ปุ่น และดูแลจัดการผู้โดยสารอยู่ภายในเรือโดยรัฐบาลญี่ปุ่น กรณีนี้จึงไม่รวมอยู่ในการนับจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการของรัฐบาลญี่ปุ่น หรือสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลก แบ่งแยกกรณีเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ"
  62. แม้เรือ'เกร็กมอร์ติเมอร์ จะเทียบท่าอยู่ที่ประเทศอุรุกวัย แต่ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  63. กรณีเรือเอ็มเอส ซานดัม จอดอยู่ในน่านน้ำนอกชายฝั่งชิลีหลังถูกปฏิเสธการเข้าเทียบท่าตั้งแต่ 14 มีนาคม เรือเอ็มเอส รอตเทอร์ดัม มาสมทบกับเรือเอ็มเอส ซานดัม เพื่อให้การช่วยเหลือในวันที่ 26 มีนาคม ทั้งสองลำแสดงความประสงค์ที่จะผ่านคลองปานามา แต่ถูกปฏิเสธไม่มีท่าเรือที่แยกเฉพาะใดให้เทียบท่า[329] จำนวนกรณีบนเรือทั้งสองไม่นับรวมกับกรณีของชาติใด ๆ
  64. กรณีพบผลตรวจเชื้อผู้โดยสารบนเรือ คอรัลพรินเซส เป็นบวก ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2563 แต่ไม่มีท่าเรือที่แยกเฉพาะใดให้เทียบท่า จำนวนกรณีบนเรือไม่นับรวมกับกรณีของชาติใด ๆ
  65. จำนวนกรณีบนเรือ ซีดรีมวัน ปัจจุบันไม่ถูกนับรวมกับกรณีของชาติใด ๆ
  66. กรณีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำ ดลแฟง (HMLMS Dolfijn) ถูกรายงานขณะที่เรืออยู่ในน่านน้ำระหว่างสกอตแลนด์และเนเธอร์แลนด์ ไม่ชัดเจนว่า สถาบันสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (RIVM) รวมกรณีเหล่านี้ในการนับรวมในรายงานหรือไม่ และเนื่องจาก RIVM ไม่ได้รายงานจำนวนผู้รักษาหาย สำหรับกองทัพเนื่องจากความกังวลใน ความมั่นคงในการปฏิบัติการ จึงสันนิษฐานว่าไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนผู้รักษาหาย

มีผู้ป่วยยืนยันแล้ว

 
แผนที่ภาพเคลื่อนไหวการแพร่ของผู้ป่วย 2019-nCoV ยืนยันแล้วตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563

ในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564 ประเทศไมโครนีเซีย พบผู้ติดเชื้อ 1 รายนับเป็นประเทศล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) [337]

ในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564 ที่สนามบินเซนต์เฮเลนา พบผู้ติดเชื้อ 1 รายส่งผลให้เซนต์เฮเลนาเป็นดินแดนล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2)[338]โดยผู้ป่วยเดินทางด้วยเที่ยวบิน สายการบินเช่าเหมาลำ เดินทางจากท่าอากาศยานลอนดอนสแตนสเต็ด

ยุโรป

ผู้ป่วยรายแรก ๆ ของทวีปยุโรปมีรายงานจากในประเทศฝรั่งเศสและในประเทศเยอรมนี​รวมถึงประเทศอื่น ๆ โดยเป็นผู้ป่วยเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น จนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ได้เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ขึ้นในประเทศอิตาลี ซึ่งผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณตอนเหนือของมิลาน จากนั้นมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากการแพร่กระจายของโรคไปทั่วทั้งทวีปยุโรป โดยหลังจากที่ประเทศมอนเตเนโกรได้รายงานการพบผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ทำให้มีผู้ป่วยอยู่ในทุกประเทศเอกราชของทวีปยุโรป​

ต่อเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 ได้มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อในไอล์ออฟแมนซึ่งเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร และพบการติดเชื้อในดินแดน​ที่ยังมีปัญหาข้อพิพาทเรื่องอำนาจอธิปไตยของตนเองอย่าง​ทรานส์นีสเตรีย[339]​นอกจากนี้ยังพบการติดเชื้อในดินแดนปกครองตนเองอย่างหมู่เกาะโอลันด์​ทำให้การติดเชื้อพบในทุกประเทศเอกราชและของทวีปยุโรป ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก​ได้ประกาศให้ทวีปยุโรปเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของไวรัสหลังจากสถานการณ์ดีขึ้นในประเทศจีน[340][341] [342][343][344][345]ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2563 วาเลรี ฌิสการ์ แด็สแต็ง อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส ถึงแก่อสัญกรรมจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ณ 2 กันยายน ​พ.ศ. 2565 เมื่อเรียงตามจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในแต่ละประเทศ​ 30 อันดับแรกของโลก พบว่า​ 12 ประเทศอยู่ในทวีปยุโรปคิดเป็น​อัตราร้อยละ 40.00 % โดยจำนวนประเทศ​ 30 อันดับแรกของโลกมีผู้เสียชีวิตมากกว่า​ 35,850 รายของแต่ละประเทศ​ และเมื่อเรียงตามจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุด 12 อันดับแรกของโลก พบว่าอยู่ในทวีปยุโรป 6 ประเทศ หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 50.00 %

ณ 12 เมษายน พ.ศ. 2565​ ศูนย์​กลางการแพร่ระบาดของทวีปยุโรป​อยู่ที่ ประเทศฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ประเทศเยอรมนี

ณ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 ผู้เสียชีวิตในทวีปยุโรปจำนวนสูงสุด 13 อันดับแรก​ (นับเฉพาะทวีปยุโรป) ​ได้แก่ ​ประเทศรัสเซีย​ 384,441 ราย สหราชอาณาจักร 188,242 ราย​ ประเทศอิตาลี 175,663 ราย​ ประเทศฝรั่งเศส 154,134 ราย ประเทศเยอรมนี​ ​147,642 ราย ประเทศโปแลนด์ 117,119 ราย ประเทศสเปน 112,600 รายประเทศยูเครน 108,841 ราย ประเทศโรมาเนีย​ 66,728 ราย ประเทศฮังการี 47,291 ราย ประเทศเช็กเกีย 40,829 ราย ประเทศบัลแกเรีย 37,607 ราย ทั้ง 12 ประเทศยังจัดว่าเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิต ติด 30 อันดับแรกของโลก (มากกว่า 35,850 รายขึ้นไป)

ณ 2 กันยายน ​พ.ศ. 2565 เวลามาตรฐานกรีนิช 05.34 น. ผู้ติดเชื้อในทวีปยุโรป ​ 221,911,194 ราย และเสียชีวิตรวม​ 1,903,699 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตในทวีปยุโรปวันและเวลาดังกล่าว คิดเป็น 29.29 % ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก

พบผู้ติดเชื้อแต่ไม่พบผู้เสียชีวิตที่ สฟาลบาร์​ และ นครรัฐวาติกัน พื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตน้อยที่สุดได้แก่ หมู่เกาะแฟโร เสียชีวิต 28 ราย และ หมู่เกาะโอลันด์​ เสียชีวิต 9 ราย

พื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อได้แก่ ยานไมเอน ​ไม่พบผู้ติดเชื้อ

ดินแดนอาณานิคม​

ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน​ (หมู่เกาะในทวีปอเมริกาเหนือ) มีผู้เสียชีวิต 62 รายส่วน หมู่เกาะเคย์แมน​ มีผู้เสียชีวิต 28 ราย ไอล์ออฟแมน​ มีผู้​เสียชีวิต​ 104 ราย หมู่เกาะแชนเนล​ มีผู้เสียชีวิต 198 ราย เกิร์นซีย์​ มีผู้​เสียชีวิต ​17 ราย เรอูนียง​ มีผู้​เสียชีวิต ​762 ราย หมู่เกาะเติกส์และเคคอส มีผู้เสียชีวิต 36 ราย

ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 แซ็งปีแยร์และมีเกอลง ​ผู้เสียชีวิต 1 ราย แองกวิลลา มีผู้เสียชีวิต 9 ราย

รัสเซีย

ณ 2 กันยายน ​พ.ศ. 2565 ประเทศรัสเซียมีจำนวนผู้ติดเชื้อ 19,578,730 ราย เป็นอันดับ 9 ของโลก และเสียชีวิต 384,441 ราย เป็นอันดับที่ 4 ของโลก

รัสเซียเป็นประเทศที่พบผู้เสียชีวิตใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุดโดยมีผู้เสียชีวิตที่แคว้นมูร์มันสค์

ทวีปอเมริกาเหนือ

ณ วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 สหรัฐอเมริกาประเทศเม็กซิโก และ ประเทศแคนาดา​ เป็นศูนย์กลาง​การแพร่ระบาดของทวีปอเมริกาเหนือ

ณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565 ทวีปอเมริกาเหนือมีจำนวน​ 5 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิต​ในแต่ละประเทศมากกว่า 10000 ราย​ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาประเทศเม็กซิโก ประเทศแคนาดาประเทศกัวเตมาลา ประเทศฮอนดูรัส จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งทวีปอเมริกาเหนือคิดเป็น 23.32 %

ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 ประเทศเซนต์คิตส์และเนวิส มีผู้เสียชีวิต 46 ราย

ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส

พบผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 4 คน โดยมีการยืนยันผู้ป่วยครั้งแรกจำนวน 2 คนเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563 ในเกาะเซนต์มาร์ติน ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส โดยตัวผู้ป่วยได้เดินทางมาจากฝรั่งเศสผ่านดินแดนซินต์มาร์เตินของเนเธอร์แลนด์ และแซ็ง-บาร์เตเลมี ซึ่งบุตรชายของผู้ป่วยได้เกิดการติดเชื้อขึ้น ทั้งคู่เดินทางกลับไปยังเกาะเซนต์มาร์ตินและถูกตรวจพบที่ท่าอากาศยาน และได้ถูกส่งตัวต่อไปกักโรคที่โรงพยาบาลบนเกาะ[346] ขณะที่ในกัวเดอลุป มีรายงานผู้ป่วยจำนวนหนึ่งคน[347]

ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 เกาะเซนต์มาร์ติน มีผู้เสียชีวิต 87 ราย กัวเดอลุป มีผู้เสียชีวิต 986 ราย แซ็ง-บาร์เตเลมี มีผู้เสียชีวิต 6 ราย

ปานามา

ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 ประเทศปานามา มีผู้เสียชีวิต 8,470 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 978,181 ราย

กัวเตมาลา

ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 ประเทศกัวเตมาลา มีผู้เสียชีวิต 19,514 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 1,103,606 ราย

เม็กซิโก

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ประเทศเม็กซิโกมีการยืนยันผู้ป่วยครั้งแรกจำนวน 3 คน เป็นชายอายุ 35 ปี และ 59 ปีในเม็กซิโกซิตี และชายอายุ 41 ปีในรัฐซีนาโลอา ซึ่งทั้งสามมีผลการทดสอบเป็นบวกและได้ถูกกักโรคไว้ที่โรงพยาบาลและโรงแรม ตามลำดับ สองคนแรก ทั้งคู่ได้เดินทางไปยังเมืองเบอร์กาโม ประเทศอิตาลี และพำนักอยู่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์[348][349][350][351] วันที่ 29 กุมภาพันธ์ มีการพบผู้ป่วยรายที่สี่ เป็นหญิงอายุ 20 ปี ซึ่งได้มีการเดินทางไปยังประเทศอิตาลีมา[352] วันที่ 1 มีนาคม มีการพบผู้ป่วยรายที่ 5 เป็นนักศึกษาในรัฐเชียปัส ซึ่งเพิ่งได้เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี[353]

ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 ประเทศเม็กซิโก มีผู้เสียชีวิต 329,536 ราย และ มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 7,032,024 ราย

แคนาดา

ณ วันที่ 4 มีนาคม มีรายงานผู้ป่วยโคโรนาไวรัสในประเทศแคนาดา 33 คน โดยแบ่งเป็นพบในบริติชโคลัมเบีย 8 คน รัฐออนแทรีโอ 24 คน และรัฐควิเบก 1 คน[354] ผู้ป่วยทุกคนมีประวัติการเดินทางไปยังประเทศที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก และรักษาหายแล้วจำนวน 8 คน (แบ่งเป็นบริติชโคลัมเบีย 5 คน และรัฐออนแทรีโอ 3 คน)[355]

ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 แคนาดามีผู้เสียชีวิต 43,797 ราย พบผู้ติดเชื้อ 4,158,491 ราย

สหรัฐ

วันที่ 21 มกราคม สหรัฐรายงานพบผู้ป่วยรายแรก เป็นชายอายุ 35 ปีที่อาศัยอยู่ในเทศมณฑลสโนโฮมิช รัฐวอชิงตัน ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากอู่ฮั่นที่ท่าอากาศยานนานาชาติซีแอตเทิล–ทาโคมา ในวันที่ 15 มกราคม

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ มีการพบผู้ป่วย 66 คน[356] และมีผู้หายป่วยจำนวน 7 คน วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐรายงานพบผู้ป่วยใน รัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งอาจเป็นกรณีแรกของการติดต่อกันภายในประเทศ[344] วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ทางการรัฐวอชิงตันแถลงยืนยันว่าพบผู้เสียชีวิตรายแรกจากโรคโคโรนาไวรัสในสหรัฐ[357]

วันที่ 2 มีนาคม เทศมณฑลคิง รัฐวอชิงตัน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน 14 คน และยังมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 5 คน[358] ศูนย์อนามัยออรีกอนยังได้รายงานว่าพบผู้อาจติดเชื้อใหม่จำนวนสามรายในรัฐด้วย ซึ่งเป็นชายในเทศมณฑลอูมาทิลลา ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวในวัลลาวัลลา รัฐวอชิงตัน[359]

​ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต 1,072,125ราย และมีจำนวนผู้​ติดเชื้อ​ 96,465,126 ราย

สาธารณรัฐโดมินิกัน

วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสรายแรกในประเทศโดมินิกัน และภูมิภาคแคริบเบียน เป็นชายอายุ 62 ปีจากประเทศอิตาลี ซึ่งเดินทางเข้าประเทศในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และเกิดอาการป่วยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยผู้นี้ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทหารรามอนลารา[360]

ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต 4,384 ราย มีผู้ติดเชื้อ 638,500 ราย

ฮอนดูรัส

ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 ประเทศฮอนดูรัส​ มีผู้เสียชีวิต ​10,974 ราย มีผู้ติดเชื้อ 454,192 ราย

อาร์กติก

วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564 ศูนย์กลาง​การแพร่ระบาดในพื้นที่วงกลมอาร์กติก ได้แก่แคว้นมูร์มันสค์ (Murmansk Oblast) ​มีผู้ติดเชื้อ 39,989 ราย หายแล้ว 35,767 และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 728 ราย เทศบาลทรุมเซอ และ ​เทศมณฑลฟินมาร์ก ประเทศนอร์เวย์​ พบผู้ติดเชื้อ 1,241 รายรัฐอะแลสกา เฉพาะพื้นที่ใน วงกลมอาร์กติก ได้แก่ เขตนอร์ทสโลป (North Slope Borough)​ ติดเชื้อ​ 746 ราย​ เสียชีวิต 2 ราย และ เขตนอร์ทเวสต์ อาร์กติก​ (Northwest Arctic Borough)​ ติดเชื้อ 376 ราย รวมจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด 42,352 ราย เสียชีวิต 730 ราย

ดินแดนในอาร์กติก​ที่อยู่ในวงกลมอาร์กติก มีรายงานว่าพบผู้ป่วยที่โรงงานแก๊สธรรมชาติเหลว ในหมู่บ้านเบโลคาเมนกา (Belokamenka) ในเมือง มูร์มันสค์ ในประเทศรัสเซีย ราว 200 ราย[361][362]

ทวีปอเมริกาใต้

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ศูนย์​กลางการแพร่ระบาดของทวีปอเมริกาใต้ อยู่ที่ ประเทศบราซิล ประเทศเปรู และ ประเทศชิลี​ ในวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ทวีปอเมริกาใต้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า​ 20000 ราย ทั้งหมด​ ​7 ประเทศ​ พื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในทวีปคือ เกาะเซาท์จอร์เจียและหมู่เกาะเซาท์แซนด์วิช

พื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด​ ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565 ​​ได้แก่ที่ ประเทศบราซิล 664,700 ราย อันดับที่ 2 ของโลกรองลงมาได้แก่ ประเทศเปรู 213,000 ราย อันดับที่ 6 ของโลก ​ประเทศโคลอมเบีย​ 139,821 ราย​ อันดับที่ 12 ของโลก ประเทศอาร์เจนตินา​ 128,729 ราย อันดับที่ 14 ของโลก ประเทศชิลี​ 57,680 ราย อันดับที่​ 22 ของโลก

พบผู้ติดเชื้อ 1,126 ราย แต่ไม่พบผู้เสียชีวิตที่ หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ในขณะที่ หมู่เกาะกาลาปาโกส มีผู้เสียชีวิต 10 ราย

ประเทศชิลี

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ​ ​​ทั้งประเทศมีผู้ติดเชื้อ 4,515,370 ราย เสียชีวิต 60,508 ราย ประเทศชิลีเป็นประเทศที่พบผู้เสียชีวิตใกล้แอนตาร์กติกา​มากที่สุดโดยพบที่ แคว้นมากายาเนสและลาอันตาร์ตีกาชีเลนา​ มีผู้เสียชีวิต 224 ราย[363]

ประเทศบราซิล

​ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ​​ จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 34,492,171 ราย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 684,203 ราย​

ประเทศเปรู

​​ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 4,107,492 ราย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 215,780​ ราย​

ประเทศโคลอมเบีย

​ ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ​​ ​จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 6,302,809 ราย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 141,846 ราย

ประเทศอาร์เจนตินา

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 9,678,225 ราย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 129,711 ราย​

ทวีปแอนตาร์กติกา

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อ 36 รายในฐานวิจัยนายพลเบอร์นาร์โด โอ’ฮิกกินส์ เกลเม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 13 ฐานวิจัยของชิลีที่ตั้งอยู่ในดินแดนแอนตาร์กติกาของชิลี

ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564 ดินแดนแอนตาร์กติกาของชิลี รายงานผู้ติดเชื้อ 58 รายและหายป่วย 58 ราย

เอเชีย

ตั้งแต่ วันที่ 5 ตุลาคม ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของทวีปเอเซีย อยู่ที่ ​ประเทศอินเดีย ประเทศอิหร่าน

ใน วันที่ 25 ธันวาคม ไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อใน ประเทศเติร์กเมนิสถานเกาะคริสต์มาส หมู่เกาะโคโคส (คีลิง) ​และ ประเทศเกาหลีเหนือ

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 ​จำนวนประเทศที่มีผู้เสียชีวิต​มากกว่า 25,345 ราย มีจำนวน 13 ประเทศ​

กัมพูชา

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศกัมพูชา
(ณ วันที่ 22 มีนาคม 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ กัมพูชายืนยันพบผู้ป่วยครั้งแรกในเมืองพระสีหนุ เป็นชายชาวจีนอายุ 60 ปี เดินทางไปยังเมืองนี้จากนครอู่ฮั่นพร้อมครอบครัว[364] โดยคนในครอบครัวของเขาถูกกักไว้ พวกเขาไม่มีการแสดงอาการของไวรัส ขณะที่ชายคนดังกล่าวถูกแยกไว้เพื่อรักษาที่โรงพยาบาลส่งต่อพระสีหนุ (Preah Sihanouk Referral Hospital)[365] มีรายงานว่าอาการของเขาคงที่แล้ว[366][367]ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ​​มีผู้ติดเชื้อ 137,637 ราย มีผู้เสียชีวิต​ 3,056 ราย

กาตาร์

กระทรวงสาธารณสุขแห่งกาตาร์ รายงานว่าพบผู้ป่วยไวรัสรายแรกในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยเป็นชาวกาตาร์ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่าน[368][369][370]ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ​มีผู้เสียชีวิต 681 ราย และมีผู้ติดเชื้อ​ 429,963 ราย

เกาหลีใต้

เกาหลีใต้มีผู้ป่วยในวันที่ ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ​​จำนวน​ 23,471,425 ราย และเสียชีวิต 26,940 ราย เป็นการระบาดที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน[371] ผู้ป่วยรายแรกของการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ในประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการประกาศเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563[372] วันที่ 19 กุมภาพันธ์ จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 20 คน และวันที่ 20 เพิ่มขึ้นอีก 53 คน ทำให้มีผู้ป่วยรวมขณะนั้นที่ 104 คน ตามการรายงานของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งเกาหลีใต้ (KCDC) ผู้ป่วยรายใหม่ส่วนมากมาจาก "ผู้ป่วยรายที่ 31" ซึ่งเข้าร่วมชุมนุมที่โบสถ์ชินช็อนจีในแดกู[373]

คูเวต

ประเทศคูเวตในปัจจุบันเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในโลกอาหรับ และมีจำนวนผู้ป่วยเป็นรองเพียงประเทศอิหร่านในเอเชียตะวันตก โดยมีผู้ป่วยในประเทศถูกพบแล้ว ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ จำนวน 657,395 คน[374]เสียชีวิต 2,563 ราย

จอร์เจีย

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ประเทศจอร์เจีย​ยืนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของประเทศ เป็นชายอายุ 50 ปี ซึ่งเดินทางมาจากประเทศอิหร่าน โดยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยายาลโรคติดเชื้อในทบิลีซี ซึ่งผู้ป่วยรายนี้กลับเข้าสู่จอร์เจียทางพรมแดนประเทศอาร์เซอร์ไบจานโดยรถแท็กซี[375][376][377][378]

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันว่าผู้หญิงชาวจอร์เจียอายุ 31 ปีที่เพิ่งเดินทางไปประเทศอิตาลีมามีผลการทดสอบเป็นบวก และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยายาลโรคติดเชื้อในทบิลีซี[378] นอกจากนั้นยังมีผู้ถูกกักกันอยู่ณโรงพยาบาลทบิลิซีอีก 29 คน โดยที่ อามิรัน กัมเกรลิเซ รัฐมนตรีอนามัยระบุว่าพวกเขาเป็นบุคคลที่ "มีความเป็นไปได้สูง" ที่อาจมีไวรัสอยู่[379]

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต 16,699 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 1,735,382 ราย

จอร์แดน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ประเทศจอร์แดนริเริ่มการห้ามบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศจีน ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศอิหร่านเข้าสู่ราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว[380] ประเทศจอร์แดนได้ทำการคัดกรองทุกคนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศผ่านทางท่าอากาศยาน โดยมีการตรวจสอบทรวงอกและลำคอตลอดจนอุณหภูมิร่างกาย ส่วนชาวจอร์แดนที่มีผลทดสอบเป็นบวกจะถูกกักโรคไว้เป็นเวลา 2 สัปดาห์[381]

วันที่ 2 มีนาคม นายกรัฐมนตรีจอร์แดนแถลงว่าพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายแรกในประเทศ[382][383] เป็นชาวจอร์แดนที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี เมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มใช้มาตรการกักโรคชาวจอร์แดนที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี[382][384]ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต 14,110 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 1,718,032 ราย

จีนแผ่นดินใหญ่

​​ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต 5,226 ราย จำนวน​ผู้ติดเชื้อ 243,822 ราย ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนดำเนินการปิดเมืองอู่ฮั่นเนื่องด้วยการระบาดทั่วของโควิด-19

ซาอุดีอาระเบีย

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ประเทศซาอุดีอาระเบียประกาศระงับการเข้าประเทศเป็นการชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ในเมกกะ หรือผู้ที่ต้องการเดินทางไปเข้าชมมัสยิดอันนะบะวี รวมถึงนักท่องเที่ยว ต่อมากฎนี้ได้ขยายไปครอบคลุมนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่[385]

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งซาอุดีอาระเบีย ประกาศระงับการเข้าสู่ประเทศของพลเมืองในประเทศสมาชิกสภาความร่วมมืออ่าว (GCC) ยังเมกกะและมะดีนะหฺเป็นการชั่วคราว โดยพลเมืองของประเทศกลุ่ม GCC ที่พำนักอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียนานเกิน 14 วันติดต่อกัน และไม่ปรากฏอาการใด ๆ อันแสดงถึงโรคโควิด-19 นั้นจะอยู่นอกเหนือกฎดังกล่าว[385]

วันที่ 2 มีนาคม ทางการซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าพบผู้ป่วยเป็นรายแรก เป็นชาวซาอุดีอาระเบียที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่านผ่านทางประเทศบาห์เรน[386]

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ผู้เสียชีวิต 9,297 ราย และมี​ผู้​ติดเชื้อ​ 813,542 ราย

ซีเรีย

ประเทศซีเรีย ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต 3,163 ราย และมี​ผู้​ติดเชื้อ​ 57,058 ราย

ญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นยืนยันผู้ป่วยรายแรกเป็นชาวจีนอายุ 30 ปี ซึ่งเคยมีการเดินทางไปยังอู่ฮั่นมาก่อน มีอาการเมื่อวันที่ 3 มกราคม และกลับเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 6 มกราคม

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต ​40,198 ราย​ และมีผู้​ติดเชื้อ​ 19,092,657 ราย

ที่ประเทศญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิตอีก 14 ราย บนเรือสำราญ แต่มีผู้เสียชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นเพียง 13 ราย เนื่องจากอีกหนึ่งราย เสียชีวิตในโรงพยาบาลที่ประเทศออสเตรเลีย

ไต้หวัน

ประเทศไต้หวันพบผู้ป่วยรายแรกในวันที่ 21 มกราคม[387]​ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต​รวม 9,986 ราย และผู้ติดเชื้อ 5,375,883 ราย

ตุรกี

ประเทศตุรกีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดไวรัสโคโรนารายแรก เป็นผู้หญิงชาวจีนอุย อายุ 32 ปี ที่เดินทางมาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งมีผลตรวลหา SARS-CoV-2 เป็นบวก ทำให้ชาวตุรกีถูกกักโรค โดยถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลในอิสตันบูล

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ประเทศตุรกีมีผู้เสียชีวิต 100,400 ราย และมีจำนวนผู้​ติดเชื้อ 16,671,848​ ราย

ไทย

วันที่ 13 มกราคม ประเทศไทยพบผู้ป่วยรายแรก ซึ่งเป็นการพบผู้ป่วยนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรก[388][389][390] วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตเป็นรายแรก[391]ในวันที่ 6 เมษายน เที่ยวบินจากจาการ์ตาที่ทำการบินลงที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ นำผู้ติดเชื้อเข้าสู่จังหวัดจำนวน 18 ราย​ ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตรวม 32,355 ราย ผู้ติดเชื้อ 4,654,969 ราย

ทาจิกิสถาน

ประเทศทาจิกิสถาน ในวันที 30 เมษายน พบติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา เป็นผู้ชายชาวทาจิกิสามคนกลับมาจากประเทศอินเดีย มีผู้ป่วย 15 ราย วันที่ 2 พฤษภาคม พบผู้เสียชีวิตรายแรก

ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม ทาจิกิสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกันอัฟกานิสถาน ​ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต 125 ราย​ ผู้ติดเชื้อ 17,786 ราย

เนปาล

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศเนปาล
(ณ วันที่ 26 มกราคม 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

นักศึกษาชาวเนปาลซึ่งเดินทางกลับมาจากนครอู่ฮั่นและถูกกักโรคอยู่ในกาฐมาณฑุ[392] กลายเป็นผู้ป่วยรายแรกของประเทศเนปาลและภูมิภาคเอเชียใต้ในวันที่ 24 มกราคม หลังจากตัวอย่างถูกส่งไปยังศูนย์ร่วมองค์การอนามัยโลกในฮ่องกง[393][394] และถูกเลิกกักตัวหลังจากที่อาการดีขึ้น[395]ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ​รายงานผู้เสียชีวิต ​12,002 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 997,526 ราย

บาห์เรน

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้ติดเชื้อ 671,920 ราย และเสียชีวิต 1,515 ราย

บังคลาเทศ​

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ประเทศบังคลาเทศ​มีผู้เสียชีวิต ​29,325 ราย เป็นและมีผู้ติดเชื้อ 2,012,162 ราย

เยเมน

ประเทศเยเมน ในวันที่ 10 เมษายน พบผู้ป่วย 1 ราย ในเมืองฮาดราเมาต์ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้ติดเชื้อ 11926,920 ราย และเสียชีวิต 2,155 ราย

พม่า

​​ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ประเทศพม่า มีผู้ติดเชื้อ 615,315 ราย และเสียชีวิต 19,439 ราย

ปากีสถาน

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศปากีสถาน
(ณ วันที่ 9 เมษายน 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

รัฐบาลปากีสถานเริ่มใช้มาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานในอิสลามาบาด การาจี ลาฮอร์ และเปศวาร์ เพื่อป้องกันการเข้าสู่ประเทศของไวรัสโคโรนา[396] นอกจากนี้ปากีสถานอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์ยังประกาศใช้มาตรการคัดกรองผู้โดยสารก่อนเดินทางขึ้นเครื่องในเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่งด้วย[397] วันที่ 27 มกราคม สภานิติบัญญัติกิลกิต-บัลติสตันประกาศหน่วงเวลาการเปิดด่านแนวเขตแดนจีน–ปากีสถานที่ช่องผ่านแดนคุนเยรับในเดือนกุมภาพันธ์[398] และยังประกาศปิดพรมแดนปากีสถาน–อิหร่านด้วย[399]

วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มเติมในการาจีและอิสลามาบาด ทำให้จำนวนผู้ป่วยของประเทศเพิ่มเป็นสี่ราย[400] ส่วนผู้ป่วยรายแรกและรายที่สองมีประวัติการเดินทางไปยังประเทศอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื้อว่าเขาติดเชื้อ[401]

วันที่ 3 มีนาคม ทางการปากีสถานยืนยันพบผู้ป่วยรายที่ห้า ในแคว้นสินธ์ ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากการแสวงบุญที่ประเทศอิหร่านจำนวน 960 ราย ถูกกักโรคในทันที[402]

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต 30,586 ราย มีผู้ติดเชื้อ 1,569,537 ราย

ฟิลิปปินส์

ผู้ป่วยรายแรกของประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการยืนยันในวันที่ 30 มกราคม[403] วันที่ 5 กุมภาพันธ์ กรมอนามัย (DOH) ได้มีการยืนยันผู้ป่วยรายที่สาม[404]

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต 61,864 ราย ผู้ติดเชื้อ 3,883,957 ราย

มาเก๊า

มาเก๊า ​ ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​​ มีผู้ติดเชื้อ 793 ราย เสียชีวิต 6 ราย

มองโกเลีย

ประเทศมองโกเลีย ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้ติดเชื้อ 979,985 ราย เสียชีวิต 2,179 ราย

มาเลเซีย

ชาวจีนแปดคนถูกกักตัวอยู่ที่โรงแรมในรัฐยะโฮร์ เมื่อวันที่ 24 มกราคม หลังจากที่มีการติดต่อกับผู้ป่วยในประเทศสิงคโปร์[405] แม้จะมีรายงานในตอนแรกว่าผลการทบสอบให้ผลเป็นลบ[406] แต่ต่อมาในวันที่ 25 มกราคม มีการยืนยันว่าทั้งสามคนติดเชื้อ และถูกส่งตัวไปกักไว้ที่โรงพยาบาลสุไหงบูโลห์ในรัฐเซอลาโงร์[407][408]

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยรายที่สิบห้าซึ่งเป็นชาวจีนได้หายป่วยอย่างสมบูรณ์ นับเป็นผู้ป่วยที่หายป่วยเป็นรายที่แปดของประเทศมาเลเซีย[409] ต่อมาก็มีรายงานว่าชาวมาเลเซียอีกคนที่ติดเชื้อก็หายดีเป็นรายที่ 9[410]ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 ​มีผู้ติดเชื้อ 4,784,980 ราย และมีผู้เสียชีวิต 36,225 ราย

เลบานอน

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ประเทศเลบานอนยีนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรก เป็นหญิงอายุ 45 ปีที่เดินทางมาจากกอม ประเทศอิหร่าน ซึ่งมีผลตรวจหา SARS-CoV-2 เป็นบวก โดยถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลในเบรุต[411]ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​​ มีผู้ติดเชื้อ 1,209,872 ราย และเสียชีวิต ​10,631 ราย

เวียดนาม

ผู้ป่วยยืนยันสองรายแรกเข้าโรงพยาบาลในวันที่ 22 มกราคม และรับการรักษาที่โรงพยาบาลโช่เซย ในนครโฮจิมินห์ กรณีแรกเป็นชาวจีนที่เดินทางจากนครอู่ฮั่นไปฮานอย เพื่อเยื่ยมลูกชายที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม และรายที่สองคือลูกชายของเชื่อว่าติดโรคจากผู้เป็นพ่อ[412] หลังจากที่ยืนยันแล้ว รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งให้เปิดใช้งานศูนย์ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดฉุกเฉิน[413]

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ บิดาของผู้ป่วยดังกล่าวมีผลการทดสอบเป็นบวก และกลายเป็นผู้ป่วยรายที่สิบหก[414] วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พวกเขาทั้งหมดได้หายป่วย[415] ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้ติดเชื้อ 11,414,359 ราย เสียชีวิต 43,117 ราย

ศรีลังกา

​ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ผู้เสียชีวิต 16,699 ราย มีผู้ติดเชื้อ 670,018 ราย

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ผู้ป่วยรายแรกของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับการยืนยันในวันที่ 29 มกราคม พรัอมกับครบครัว ของ ชาวอู่ฮั่น[416][417]​ เป็นผู้หญิงชราชาวจีน อายุ 72 ปี และ ลูกชาย อายุ 34 ปี ที่กรณีแรกเป็นชาวจีนเดินทางมาจากนครอู่ฮั่นไปนครดูไบ ซึ่งมีผลตวรจหา SASR-Cov-2 ถูกกักโรค โดยถูกส่งตัวไปเข้าโรงพยาบาลในดูไบ

ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ หลังจากชาวเอมิเรตส์ได้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เพื่อลูกสาวที่อาศัยอยู่ที่ดูไบ และรายที่สามคือลูกสาวของเชื้อว่าติดโรคกับแม่

วันที่ 2 มืนาคม กรุงอาบูดาบียีนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 เป็นผู้ชายชาวรัสเซีย อายุ 38 ปี และผู้หญิงชาวรัสเซีย อายุ 36 ปี กรณีแรกเป็นชาวรัสเซียเดินทางจากกรุงมอสโกไปอาบูดาบี ชาวรัสเซียสองคนถูกกักตัวอยู่ที่โรงแรมในอาบูดาบี ต่อมา วันที่ 25 มืนาคม รัฐบาลเอมิเรตส์ได้โอกาศปัญหากับ อาบูดาบีและดูไบ จากปิดชั่วคราว เช่า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ และทั้งหมด ยกเว้น โรงพยาบาล และร้านขายยา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศปิดพรมแดนที่ตัดกับประเทศซาอุดีอาระเบีย

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้ติดเชื้อ 1,015,879 ราย เสียชีวิต 2,341 ราย

สิงคโปร์

ผู้ป่วยรายแรกในประเทศสิงคโปร์ได้รับการยืนยันในวันที่ 23 มกราคม[418] ต่อมามีการรายงานพบผู้ป่วยในท้องถิ่นเป็นรายแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ร้านย่งไทฮั่ง (Yong Thai Hang) เป็นร้านค้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับการระบุเป็นสถานที่ที่เกิดการติดเชื้อ เนื่องจากมีผู้หญิงจำนวนสี่คนที่ไม่เคยเดินทางไปยังประเทศจีนเกิดติดเชื้อไวรัสขึ้น[419]

วันที่ 4 มีนาคม มีผู้ป่วยในประเทศรวม 112 คน[420]

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้ติดเชื้อ 1,841,288 ราย จำนวนผู้เสียชีวิต 1,593 ราย

อัฟกานิสถาน

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 มีพลเมืองในเฮรัตอย่างน้อยสามคน ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากกอม ถูกต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 ตัวอย่างเลือดถูกส่งไปยังคาบูลเพื่อทดสอบเพิ่มเติม[421] ภายหลังอัฟกานิสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับอิหร่าน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันผู้ป่วยรายแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในสามคนจากเฮรัตดังกล่าว โดยเป็นชายอายุ 35 ปีซึ่งมีผลการทดสอบ SARS-CoV-2 เป็นบวก[422]ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต​ ​7,777 ราย ผู้ติดเชื้อ 193,250 ราย

อาเซอร์ไบจาน

ประเทศอาเซอร์ไบจานมีการยืนยันผู้ป่วยรายแรกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากรัสเซีย ซึ่งเคยเพิ่งเดินทางมาจากประเทศอิหร่าน[423] และยังมีการพบผู้ป่วยเพิ่มเติมอีกสองรายในประเทศ ทั้งหมดถูกกักโรค ต่อมาอาเซอร์ไบจานได้ประกาศปิดชายแดนที่ติดกับประเทศอิหร่าน[424]

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต ​9,805 ราย ผู้ติดเชื้อ 813,437 ราย

คาซัคสถาน

ประเทศคาซัคสถานยีนยันพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายในวันที่ 13 มีนาคม จากจีน ซึ่งเคยเพิ่งเดินทางมาจากประเทศตุรกี และยังมีการพบผู้ป่วยเพิ่มอีกสองรายในประเทศ ทั้งหมดถูกกักโรค ต่อมาคาซัคสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับประเทศรัสเซีย ​​ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ​มีผู้​ติดเชื้อ​ 1,389,120 ราย ​และผู้​เสียชีวิต ​13,684 ราย

อาร์มีเนีย

ประเทศอาร์มีเนียยืนยันพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายแรกในช่วงปลายของวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม เป็นชาวอาร์มีเนียอายุ 29 ปีที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่านและมีรายงานยืนยันผลทดสอบเป็นบวก ภริยาของบุคคลนี้ได้ถูกนำไปทดสอบเช่นกัน โดยผลออกมาเป็นลบ นายกรัฐมนตรีนิกอล ปาชินยันแถลงว่าผู้ป่วยนั้น "มีอาการดีขึ้นแล้ว" นอกจากนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยประมาณ 30 คนถูกนำไปทดสอบและจะถูกกักโรค ซึ่งก่อนหน้านี้อาร์มีเนียได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับประเทศอิหร่านไปแล้ว[425]​ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​​ มีผู้เสียชีวิต 8,655 ราย และมี​ผู้ติดเชื้อ 434,398 ราย

อินเดีย

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศอินเดีย
(ณ วันที่ 9 เมษายน 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

รัฐบาลอินเดียออกคำแนะนำการเดินทางแก่ประชาชน โดยเฉพาะกับนครอู่ฮั่น ซึ่งมีนักศึกษาแพทย์ชาวอินเดียกำลังศึกษาอยู่ประมาณ 500 คน[426]

ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศจีนเข้าสู่ท่าอากาศยานหลักเจ็ดแห่งของประเทศอินเดีย ต้องเดินผ่านเครื่องตรวจจับความร้อน[427][428]

วันที่ 24 มกราคม มีรายงานผู้ต้องสงสัยจำนวนสองราย ซึ่งกำลังเข้ารับการรักษาอยู่ในมุมไบ[429]

​ณ​ วันที่​ 4 เมษายน พ.ศ. 2564 รัฐชัมมูและกัศมีร์ มีผู้ติดเชื้อ 133,012 ราย จำนวนผู้เสียชีวิต 2,008 ราย

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 ​จำนวนผู้เสียชีวิตในอินเดียมากถึง 527,932 ราย มีผู้ติดเชื้อ 44,442,507 ราย เฉพาะ หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ มีผู้เสียชีวิต 78 ราย

อินโดนีเซีย

ประเทศอินโดนีเซียได้ทำการติดตั้งเครื่องตรวจอุณหภูมิที่เกตและท่าเรือโดยกระทรวงอนามัย และยังมีการจัดเตรียมห้องกักโรคที่โรงพยาบาลกว่า 100 แห่ง

อินโดนีเซียประกาศห้ามทุกเที่ยวบินที่เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้า รวมถึงออกจากประเทศ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป และยังยกเลิกการให้ฟรีวีซ่าและวีซ่าเมื่อมาถึงกับบุคคลสัญชาติจีนด้วย และยังห้ามผู้ที่อยู่หรือพำนักในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันเข้าหรือผ่านประเทศอินโดนีเซีย[430]

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ชาวอินโดนีเซียจำนวน 9 คนที่เดินทางไปบนเรือไดมอนด์พรินเซสมีผลการทดสอบการติดเชื้อเป็นบวก ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมส่งลูกเรือที่เหลือ 68 คนจาก 188 คนจากเรือเวิลด์ดรีม ไปยังเกาะเซอบารูเคกิล ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ในบรรดาหมู่เกาะนับพัน[431][432][433]

วันที 2 มีนาคม ทางการอินโดนีเซียได้ยืนยันติดเชื้อว่าพบผู้ป่วย ชาวอินโดนีเซียที่เดินทางกลับมาจากประเทศจีน

วันที่ 4 ตุลาคม ที่หมู่เกาะมาลูกู พบผู้เสียชีวิต 115 ราย[434]

​​​ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ อินโดนีเซียมีผู้เสียชีวิต 157,591 ราย ผู้ติดเชื้อ 6,362,902 ราย

อิรัก

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​​​​​​​ ​ประเทศอิรัก มี ผู้ติดเชื้อรวม 2,457,871 ราย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 25,346 ราย[435]

อิหร่าน

ประเทศอิหร่านเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโลกในทวีปเอเซีย

โดยเจอผู้ติดเชื้อรายแรกที่เมืองกอม (Qom City) ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ พบผู้ติดเชื้อ 7,530,325 ราย ประเทศอิหร่าน มีผู้เสียชีวิต 143,894 ราย

โอมาน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสองรายแรก เป็นหญิงชาวโอมานสองคนที่กลับมาจากประเทศอิหร่าน[436][437]ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​​​​​​​ มีผู้เสียชีวิตรวม 4,260 ราย ผู้ติดเชื้อ 397,846 ราย

อิสราเอล

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​​ ​ประเทศอิสราเอล มีผู้เสียชีวิต 11,620 ราย ติดเชื้อ 4,634,251 ราย

ฮ่องกง

วันที่ 26 พฤษภาคม​ ศูนย์ปกป้องอนามัยฮ่องกงพบผู้ป่วยรวม 1,206 คน ในฮ่องกง และผู้เสียชีวิต 7 คน[438][439][440]​​​​ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ฮ่องกง มีผู้เสียชีวิต 9,701 ราย ติดเชื้อ 1,551,389 ราย

โอเชียเนีย

ณ 15 สิงหาคม ​พ.ศ. 2565 มีจำนวน ​7 ประเทศที่พบว่า มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 20000 ราย และมีผู้เสียชีวิตเกิน 100 ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศฟิจิ ประเทศปาปัวนิวกินี เฟรนช์พอลินีเชียนิวแคลิโดเนีย หมู่เกาะโซโลมอน ในจำนวนนี้มี 2 ประเทศที่มีผู้่เสียชีวิตเกิน 2,500 รายได้แก่ ประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ พื้นที่ไม่มีผู้เสียชีวิตได้แก่ ประเทศนีวเว ประเทศตูวาลู มีรายงานผู้ติดเชื้อ 11,853,735 ราย เสียชีวิต 18,153 ราย

ประเทศออสเตรเลีย

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศออสเตรเลีย
(ณ วันที่ 9 เมษายน​ 2563):
  มีรายงานยืนยันผู้ป่วย

วันที่ 25 มกราคม มีการยืนยันผู้ป่วยรายแรก เป็นชายอายุราว 50 ปี ซึ่งเดินทางจากเมืองกว่างโจวมายังเมลเบิร์นในวันที่ 19 มกราคม ผ่านสายการบินไชนาเซาเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ CZ321 เขาเข้ารับการรักษาตัวที่ศูนย์การแพทย์โมนาชในเมลเบิร์น[441][442] จากนั้นมีการประกาศว่ามีผู้ป่วยอีกสามรายที่มีผลการทดสอบเป็นบวกในรัฐนิวเซาท์เวลส์[443][444] ต่อมามีการเฝ้าสังเกตอาการอีกหกราย และมีการยืนยันว่าจะเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลหลังจากเพิ่งเดินทางกลับมาจากนครอู่ฮั่น จากในหกราย มีผู้ต้องสงสัยถึงสองรายที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัส ส่วนที่เหลืออีกสี่รายอาจถูกสงสัยว่าติดเชื้อไวรัส[445]

หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ออสเตรเลีย ระบุว่าเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางชีวภาพ จะเริ่มคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงในสามสัปดาห์โดยเที่ยวบินจากอู่ฮั่นถึงซิดนีย์ ในวันที่ 23 มกราคม ผู้โดยสารจะได้รับแผ่นพับข้อมูล และข้อให้แสดงตัวหากมีไข้หรือต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อโรค[446]รัฐแทสเมเนีย มีผู้เสียชีวิต 13 ราย

ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิตรวม​ 13,997 ราย ผู้ติดเชื้อ 10,051,555 ราย

ประเทศนิวซีแลนด์

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พบผู้ป่วยรายแรกกลับมาจากประเทศอิหร่าน[447]วันที่ 25 มีนาคม ประเทศนิวซีแลนด์ พบผู้ติดเชื้อ 205 ราย รักษาหายแล้ว 22 ราย ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน[448] 29 มีนาคม พบผู้เสียชีวิตรายแรก[449]ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 ​ประเทศนิวซีแลนด์​มีผู้เสียชีวิต 2,754 ราย ​ผู้ติดเชื้อ 1,744,937 ราย หมู่เกาะแชทัมเกาะสจวร์ต​ ไม่พบผู้เสียชีวิต

ประเทศฟิจิ

ประเทศฟิจิ​ ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 พบผู้ติดเชื้อ 68,177 ราย เสียชีวิต 878 ราย

ประเทศปาปัวนิวกินี

ประเทศปาปัวนิวกินี ​ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 พบผู้ติดเชื้อ 44,887 ราย เสียชีวิต 664 ราย

เฟรนช์พอลินีเชีย

เฟรนช์พอลินีเชีย ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565 พบผู้ติดเชื้อ 76,484 ราย เสียชีวิต 649 ราย

แอฟริกา

ในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2563 นายกรัฐมนตรีประเทศเอสวาตีนี ถึงแก่อสัญกรรมจากการติดเชื้อโควิด 19

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพบทั้ง 58 ดินแดนทั้งทวีปแอฟริกา จำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 7500 ราย มีจำนวน 5 ประเทศ จำนวนผู้เสียชีวิตน้อยที่สุดอยู่ที่เวสเทิร์นสะฮารา เสียชีวิต 1 ราย

ศูนย์กลางการแพร่ระบาดอยู่ที่ ประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศอียิปต์ และ ประเทศตูนิเซีย

พื้นที่ไม่พบผู้เสียชีวิตได้แก่ เซนต์เฮเลนา โดยพบผู้ติดเชื้อ เพียง 2 ราย

ประเทศแอฟริกาใต้

ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นประเทศพบผู้ป่วยรายแรก 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ​มีผู้เสียชีวิต 102,108 ผู้ติดเชื้อ 4,012,239 ราย

ประเทศอียิปต์​

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศอียิปต์
(ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563):
  มีรายงานยืนยันผู้ป่วย
  มีการรายงานผู้ต้องสงสัย

ประเทศอียิปต์วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 อียิปต์ได้ยืนยันติดเชื้อผู้ป่วย มีผู้ชายชาวจีนอายุ 30 ปี ใด้เดินทางมาจาก ประเทศจีน ต้องหา ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เป็นบวก ทำไห้ชาวอียิปต์ถูกติดเชิ้อโควิด-19 ต้องสั่งไปเข้าโรงพยาบาลในไคโร

วันที่ 25 มีนาคม 2563 สายการบินอียิปต์แอร์ ถูกยกเลิกเที่ยวบินแล้ว ต่อมา วันที่ 12 เมษายน 2563 สนามบินแห่งไคโรได้ปิดทำการ อียิปต์ได้ประกาศปิดแดนทะเลซาอุดีอาระเบีย

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต 24,613 ผู้ติดเชื้อ 515,645 ราย

ประเทศโมร็อกโก

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต 16,273 ผู้ติดเชื้อ 1,264,468 ราย

ประเทศตูนิเซีย

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต 29,234 ราย ผู้ติดเชื้อ 1,143,862 ราย

ประเทศแอลจีเรีย

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ​มีผู้เสียชีวิต 6,878 ราย มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 270,359 ราย

ประเทศเอธิโอเปีย

ณ​ วันที่​ 2 กันยายน พ.ศ. 2565​ ​ประเทศเอธิโอเปีย ผู้เสียชีวิต 7,572 ผู้ติดเชื้อ 493,197 ราย

เส้นเวลาของการยืนยันผู้ป่วยกรณีแรกเรียงตามประเทศและดินแดน

ผู้ป่วยกรณีแรกเรียงตามประเทศและดินแดน
วันที่ประเทศหรือดินแดน
1 ธันวาคม 62  จีน (แผ่นดินใหญ่)
13 มกราคม  ไทย
16 มกราคม  ญี่ปุ่น
20 มกราคม  เกาหลีใต้  สหรัฐ
21 มกราคม  ไต้หวัน[a]
22 มกราคม  ฮ่องกง[b]  มาเก๊า[b]
23 มกราคม  สิงคโปร์  เวียดนาม
24 มกราคม  ฝรั่งเศส  เนปาล
25 มกราคม  ออสเตรเลีย  แคนาดา  มาเลเซีย
27 มกราคม  กัมพูชา  เยอรมนี  ศรีลังกา
29 มกราคม  ฟินแลนด์  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
30 มกราคม  อินเดีย  อิตาลี  ฟิลิปปินส์
31 มกราคม  รัสเซีย  สเปน  สวีเดน  สหราชอาณาจักร
4 กุมภาพันธ์  เบลเยียม
14 กุมภาพันธ์  อียิปต์
19 กุมภาพันธ์  อิหร่าน
21 กุมภาพันธ์  อิสราเอล  เลบานอน
24 กุมภาพันธ์  อัฟกานิสถาน  บาห์เรน  อิรัก  คูเวต  โอมาน
25 กุมภาพันธ์  แอลจีเรีย  ออสเตรีย  บราซิล  โครเอเชีย  สวิตเซอร์แลนด์
26 กุมภาพันธ์  จอร์เจีย  กรีซ  นอร์ทมาซิโดเนีย  นอร์เวย์  ปากีสถาน  โรมาเนีย
27 กุมภาพันธ์  เดนมาร์ก  เอสโตเนีย  เนเธอร์แลนด์  ไนจีเรีย  ซานมารีโน
28 กุมภาพันธ์  อาเซอร์ไบจาน  เบลารุส  ไอซ์แลนด์  ลิทัวเนีย  เม็กซิโก  โมนาโก  นิวซีแลนด์  เวลส์[c]
29 กุมภาพันธ์  เอกวาดอร์  ไอร์แลนด์  ลักเซมเบิร์ก  กาตาร์
1 มีนาคม  อาร์เมเนีย  เช็กเกีย  สาธารณรัฐโดมินิกัน  แซ็ง-บาร์เตเลมี[d]  แซ็ง-มาร์แต็ง[d]  สกอตแลนด์[c]
2 มีนาคม  อันดอร์รา  อินโดนีเซีย  จอร์แดน  ลัตเวีย  โมร็อกโก  โปรตุเกส  ซาอุดีอาระเบีย  เซเนกัล  ตูนิเซีย
3 มีนาคม  อาร์เจนตินา  ชิลี  ยิบรอลตาร์[e]  ลิกเตนสไตน์  ยูเครน
4 มีนาคม  หมู่เกาะแฟโร[f]  เฟรนช์เกียนา[g]  ฮังการี  โปแลนด์  สโลวีเนีย
5 มีนาคม  บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา  มาร์ตีนิก[g]  ปาเลสไตน์  แอฟริกาใต้
6 มีนาคม  ภูฏาน  แคเมอรูน  โคลอมเบีย  คอสตาริกา  เปรู  เซอร์เบีย  สโลวาเกีย  โตโก  นครรัฐวาติกัน
7 มีนาคม  มัลดีฟส์  มอลตา  มอลโดวา  ปารากวัย
8 มีนาคม  แอลเบเนีย  บังกลาเทศ  บัลแกเรีย
9 มีนาคม  บรูไน  ไซปรัส  เกิร์นซีย์[h]  ปานามา
10 มีนาคม  โบลิเวีย  บูร์กินาฟาโซ  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  จาเมกา  เจอร์ซีย์[h]  เมลียา[i]  มองโกเลีย  นอร์เทิร์นไซปรัส[a]  ตุรกี
11 มีนาคม  คิวบา  เฟรนช์พอลินีเชีย[d]  กายอานา  ฮอนดูรัส  โกตดิวัวร์  เรอูนียง[g]
12 มีนาคม  เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์  ตรินิแดดและโตเบโก
13 มีนาคม  แอนติกาและบาร์บูดา  อารูบา[j]  หมู่เกาะเคย์แมน[e]  เซวตา[i]  กือราเซา[j]  เอธิโอเปีย  กาบอง  กานา  กัวเดอลุป[g]  กัวเตมาลา  กินี  คาซัคสถาน  เคนยา  คอซอวอ[a]  ปวยร์โตรีโก[k]  เซนต์ลูเซีย  ซูดาน  ซูรินาม  หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ[k]  อุรุกวัย  เวเนซุเอลา
14 มีนาคม  สาธารณรัฐแอฟริกากลาง  สาธารณรัฐคองโก  อิเควทอเรียลกินี  เอสวาตีนี  มอริเตเนีย  มายอต[g]  นามิเบีย  รวันดา  เซเชลส์
15 มีนาคม  แอโครเทียรีและดิเคเลีย[e]  บาฮามาส  กวม[k]  อุซเบกิสถาน
16 มีนาคม  เบนิน  กรีนแลนด์[f]  ไลบีเรีย  โซมาเลีย  แทนซาเนีย
17 มีนาคม  บาร์เบโดส  แกมเบีย  มอนเตเนโกร  ซินต์มาร์เติน[j]
18 มีนาคม  เบอร์มิวดา[e]  จิบูตี  เอลซัลวาดอร์  คีร์กีซสถาน  มอริเชียส  มอนต์เซอร์รัต[e]  นิวแคลิโดเนีย[l]  นิการากัว  แซมเบีย
19 มีนาคม  แองโกลา  ชาด  ฟิจิ  เฮติ  ไอล์ออฟแมน