วัคซีนโควิด-19

วัคซีนเพื่อลดการติดเชื้อโควิด-19

วัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นวัคซีนที่มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 โดยก่อนที่จะเกิดการระบาดทั่วของโควิด-19 ได้มีความพยายามในการพัฒนาวัคซีนสำหรับโรคไวรัสโคโรนาชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคอื่น ๆ เช่น กลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส หรือ SARS) และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส หรือ MERS) มาอย่างต่อเนื่อง ความพยายามเหล่านี้ได้สะสมความรู้พอสมควรเกี่ยวกับโครงสร้างและการทำงานของไวรัสโคโรนา ซึ่งได้ช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยีวัคซีนโควิดต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นปี 2020 ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว[1]เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2020 ซึ่งมีการเผยแพร่ลำดับยีนผ่านจีเซด (GISAID) และ ณ วันที่ 19 มีนาคม อุตสาหกรรมยาทั่วโลกก็ได้ประกาศคำมั่นสัญญาที่จะทำการเพื่อจัดการโรค[2]วัคซีนโควิด-19ได้เครดิตโดยทั่วไปว่าช่วยลดการติดต่อ ความรุนแรง และอัตราการตายเนื่องกับโรค[3]

อัตราประชากรที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสแล้วในประเทศต่าง 
แผนที่แสดงการอนุมัติให้ใช้วัคซีนโควิดในประเทศต่าง 
  อนุญาตให้ใช้ทั่วไป กำลังให้วัคซีนเป็นจำนวนมาก
  อนุญาตให้ใช้เป็นการฉุกเฉิน (EUA) กำลังให้วัคซีนเป็นจำนวนมาก
  อนุญาตให้ใช้เป็นการฉุกเฉิน (EUA) มีแผนจะให้วัคซีนเป็นจำนวนมาก

ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 วัคซีนหลายชนิดสามารถป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการโดยมีประสิทธิศักย์สูงถึงร้อยละ 95 ณ เดือนกรกฎาคม 2021 มีวัคซีน 20 ชนิดที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ใช้ในประเทศอย่างน้อย 1 ประเทศรวมทั้งวัคซีนอาร์เอ็นเอ 2 ชนิด (ไฟเซอร์และโมเดอร์นา), วัคซีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย 9 ชนิด (BBIBP-CorV ของซิโนฟาร์ม, วัคซีนของ Chinese Academy of Medical Sciences, ซิโนแว็ก, โคแว็กซินของภารัตไบโอเทค, CoviVac ของ Chumakov Centre, COVIran Barakat ของ Shifa Pharmed Industrial Group, Minhai-Kangtai (KCONVAC)[A], QazVac ของ Research Institute for Biological Safety Problems และ WIBP-CorV ของซิโนฟาร์ม)วัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นเวกเตอร์ 5 ชนิด (สปุตนิกไลท์และสปุตนิกวีของสถาบันวิจัยกามาเลีย, แอสตร้าเซนเนก้า, Ad5-nCoV ของแคนซิโนไบโอลอจิกส์ และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน) และวัคซีนหน่วยย่อยโปรตีนของไวรัสโควิด-19 จำนวน 4 ชนิด (Abdala ของ Center for Genetic Engineering and Biotechnology, EpiVacCorona ของสถาบันเวกตอร์, Soberana 02 ของ Finlay Institute และ ZF2001 ของ Anhui Zhifei Longcom)[4][5]มีวัคซีนแคนดิเดตซึ่งได้เข้าสู่การวิจัยเพื่อใช้รักษาแล้ว 330 ชนิด ในจำนวนนี้ 30 ชนิดกำลังทดลองในระยะที่ 1, 30 ชนิดในระยะที่ 1-2, 25 ชนิดในระยะที่ 3 และ 8 ชนิดในระยะที่ 4[4]

ประเทศต่าง ๆ มีแผนแจกจำหน่ายวัคซีนโดยจัดลำดับการให้ตามกลุ่มที่เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ผู้สูงอายุ และกลุ่มที่เสี่ยงติดแล้วแพร่โรค เช่น บุคลากรทางแพทย์[6]มีประเทศที่กำลังพิจารณาฉีดวัคซีนเพียงโดสเดียวในเบื้องต้นเพื่อขยายฉีดวัคซีนแก่ประชาชนให้มากที่สุดจนกว่าจะมีวัคซีนพอ[7][8][9][10]

จนถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2021 องค์กรสาธารณสุขรวม ๆ กันทั่วโลกรายงานว่า ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ถึง 5,000 ล้านโดสแล้ว[11]ผู้ผลิตวัคซีนได้ระบุจำนวนโดสวัคซีนที่จะสามารถผลิตในปี 2021 ไว้ดังนี้ ออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า 3,000 ล้านโดส, ไฟเซอร์}-ไบออนเทค 1,300 ล้านโดส ผู้ผลิตสปุตนิกวี ซิโนฟาร์ม ซิโนแว็ก และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันรายละ 1,000 ล้านโดสโมเดอร์นา}}ตั้งเป้าผลิต 600 ล้านโดส และแคนซิโนไบโอลอจิกส์ 500 ล้านโดส[12][13]แต่จนถึงเดือนธันวาคม 2020 ประเทศต่าง ๆ ก็ได้สั่งวัคซีนล่วงหน้าเกิน 10,000 ล้านโดสแล้ว[14]โดยครึ่งหนึ่งเป็นประเทศรายได้สูงแม้จะมีประชากรเพียงร้อยละ 14 ของโลก[15]เพราะความต้องการวัคซีนสูงเยี่ยงนี้ในช่วงปี 2020–21[15]ประชาชนของประเทศกำลังพัฒนาที่จัดว่ามีรายได้น้อยอาจไม่ได้รับวัคซีนจากผู้ผลิตเหล่านี้จนถึงปี 2023 หรือ 2024 จึงทำให้โปรแกรมโคแว็กซ์จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ส่งวัคซีนได้ทั่วถึงกันทั่วโลก[14][15]

การกระจายวัคซีนโควิด-19 แบ่งตามประเทศและดินแดน
(ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2565)
[a][16]
ประเทศและดินแดนรับวัคซีนแล้ว[b]% ประชากร[c]
 Emojione 1F310.svg โลก[d]5,186,146,688ุ65.86%
Flag of China.svg จีน1,289,584,00089.29%
Flag of India.svg อินเดีย1,011,653,55372.60%
Flag of European Union.svg สหภาพยุโรป337,942,54675.57%
Flag of United States.svg สหรัฐ[e]258,655,54077.91%
Flag of Indonesia.svg อินโดนีเซีย200,327,82572.49%
Flag of Brazil.svg บราซิล183,925,33585.95%
Flag of Pakistan.svg ปากีสถาน135,115,54960.00%
Flag of Bangladesh.svg บังกลาเทศ129,000,12877.57%
Flag of Japan.svg ญี่ปุ่น103,580,85382.17%
Flag of Mexico.svg เม็กซิโก86,858,99466.68%
Flag of Vietnam.svg เวียดนาม84,473,17986.05%
Flag of Russia.svg รัสเซีย81,042,99155.54%
Flag of the Philippines.svg ฟิลิปปินส์72,062,10665.48%
Flag of Germany.svg เยอรมนี64,546,51876.93%
Flag of Iran.svg อิหร่าน64,545,20975.91%
Flag of Turkey.svg ตุรกี57,843,68568.02%
Flag of Thailand.svg ไทย56,518,25580.80%
Flag of France.svg ฝรั่งเศส54,402,34780.69%
Flag of United Kingdom.svg สหราชอาณาจักร53,445,10278.36%
Flag of Italy.svg อิตาลี[f]50,786,79584.13%
Flag of Egypt.svg อียิปต์46,643,77044.74%
Flag of South Korea.svg เกาหลีใต้45,055,13587.82%
Flag of Colombia.svg โคลอมเบีย42,215,00882.35%
Flag of Spain.svg สเปน41,231,91688.21%
Flag of Argentina.svg อาร์เจนตินา40,513,60688.83%
Flag of Canada.svg แคนาดา33,070,15986.87%
Flag of Myanmar.svg พม่า30,994,37556.55%
Flag of Peru.svg เปรู29,342,79187.96%
Flag of Malaysia.svg มาเลเซีย27,991,60885.40%
Flag of Nigeria.svg ไนจีเรีย27,401,62112.96%
Flag of Saudi Arabia.svg ซาอุดีอาระเบีย26,544,87675.11%
Flag of Morocco.svg โมร็อกโก24,921,22466.73%
Flag of Ethiopia.svg เอธิโอเปีย24,769,87021.01%
Flag of Poland.svg โปแลนด์22,722,50660.12%
 Flag of Nepal.svg เนปาล22,407,97975.51%
Flag of Australia.svg ออสเตรเลีย22,321,45086.56%
Flag of Venezuela.svg เวเนซุเอลา22,157,23277.19%
Flag of South Africa.svg แอฟริกาใต้21,759,01536.24%
Flag of Taiwan.svg ไต้หวัน20,703,96386.79%
Flag of Uzbekistan.svg อุซเบกิสถาน19,363,61657.06%
Flag of Chile.svg ชิลี17,957,91493.47%
Flag of Sri Lanka.svg ศรีลังกา17,070,35479.41%
Flag of Uganda.svg ยูกันดา15,753,70333.43%
Flag of Ukraine.svg ยูเครน15,729,61736.19%
Flag of Ecuador.svg เอกวาดอร์15,148,37884.68%
Flag of Cambodia.svg กัมพูชา15,017,75688.62%
Flag of Mozambique.svg โมซัมบิก14,978,77146.57%
Flag of Netherlands.svg เนเธอร์แลนด์13,469,32378.43%
Flag of Kenya.svg เคนยา12,525,55522.78%
Flag of Angola.svg แองโกลา12,337,46736.36%
Flag of Cuba.svg คิวบา10,670,06894.28%
Flag of Iraq.svg อิรัก10,629,60825.81%
Flag of United Arab Emirates.svg สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์9,890,49598.99%
Flag of Ghana.svg กานา9,793,16030.86%
Flag of Portugal.svg โปรตุเกส9,708,01495.48%
Flag of Kazakhstan.svg คาซัคสถาน9,504,97850.04%
Flag of Belgium.svg เบลเยียม9,243,19779.46%
Flag of Rwanda.svg รวันดา9,030,09868.02%
Flag of Guatemala.svg กัวเตมาลา8,226,59745.08%
Flag of Romania.svg โรมาเนีย8,172,05842.72%
Flag of Côte d'Ivoire.svg โกตดิวัวร์7,952,45829.40%
Flag of Greece.svg กรีซ7,915,70976.33%
Flag of Algeria.svg แอลจีเรีย7,840,13117.57%
Flag of Sweden.svg สวีเดน7,834,08777.11%
Flag of Tunisia.svg ตูนิเซีย7,226,40660.54%
Flag of Dominican Republic.svg สาธารณรัฐโดมินิกัน7,220,83165.92%
Flag of Bolivia.svg โบลิเวีย7,196,72960.82%
Flag of Czech Republic.svg เช็กเกีย6,962,82964.92%
Flag of Austria.svg ออสเตรีย6,826,90375.49%
Flag of Israel.svg อิสราเอล6,709,69372.22%
Flag of Hong Kong.svg ฮ่องกง6,698,21888.69%
Flag of Tanzania.svg แทนซาเนีย6,483,89510.54%
Flag of Hungary.svg ฮังการี6,410,05966.53%
Flag of Belarus.svg เบลารุส6,322,89766.96%
Flag of Zimbabwe.svg ซิมบับเว6,243,05141.37%
 Flag of Switzerland (Pantone).svg สวิตเซอร์แลนด์6,085,03669.82%
Flag of Honduras.svg ฮอนดูรัส6,031,93259.94%
Flag of Sudan.svg ซูดาน5,929,76613.20%
Flag of Laos.svg ลาว5,809,74878.73%
Flag of Nicaragua.svg นิการากัว5,762,30685.97%
Flag of the Taliban.svg อัฟกานิสถาน5,407,46213.57%
Flag of Azerbaijan.svg อาเซอร์ไบจาน5,348,19352.31%
Flag of Tajikistan.svg ทาจิกิสถาน5,189,87753.23%
Flag of Singapore.svg สิงคโปร์5,016,65991.99%
Flag of Denmark.svg เดนมาร์ก4,834,11383.16%
Flag of Jordan.svg จอร์แดน4,782,62246.57%
Flag of El Salvador.svg เอลซัลวาดอร์4,605,48970.65%
Flag of Finland.svg ฟินแลนด์4,514,23281.36%
Flag of Guinea.svg กินี4,477,74033.18%
Flag of Costa Rica.svg คอสตาริกา4,437,62986.35%
Flag of Norway.svg นอร์เวย์4,338,48079.38%
Flag of New Zealand.svg นิวซีแลนด์4,290,65483.70%
Flag of Ireland.svg ไอร์แลนด์4,086,37482.01%
Flag of Paraguay.svg ปารากวัย3,933,35254.48%
Flag of Panama.svg ปานามา3,476,55079.34%
Flag of Kuwait.svg คูเวต3,424,61979.12%
Flag of Serbia.svg เซอร์เบีย3,353,02048.80%
Flag of Oman.svg โอมาน3,263,00662.47%
Flag of Zambia.svg แซมเบีย3,240,89217.13%
Flag of Benin.svg เบนิน3,160,65425.38%
Flag of Uruguay.svg อุรุกวัย2,992,38085.86%
Flag of Slovakia.svg สโลวาเกีย2,821,85451.78%
Flag of Lebanon.svg เลบานอน2,685,47939.67%
Flag of Qatar.svg กาตาร์2,611,10089.10%
Flag of Syria.svg ซีเรีย2,512,11513.75%
Flag of Burkina Faso.svg บูร์กินาฟาโซ2,440,83911.35%
Flag of Croatia.svg โครเอเชีย2,314,60156.71%
Flag of Mongolia.svg มองโกเลีย2,272,96568.27%
Flag of Somalia.svg โซมาเลีย2,234,70913.66%
Flag of Libya.svg ลิเบีย2,216,47031.85%
Flag of Chad.svg ชาด2,214,23213.09%
Flag of Sierra Leone.svg เซียร์ราลีโอน2,195,53226.97%
Flag of Niger.svg ไนเจอร์2,192,1638.72%
Flag of Bulgaria.svg บัลแกเรีย2,089,15330.29%
Flag of Togo.svg โตโก2,086,76424.61%
Flag of Palestine.svg ปาเลสไตน์2,002,81138.35%
Flag of Lithuania.svg ลิทัวเนีย1,951,81172.56%
Flag of the Democratic Republic of the Congo.svg สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก1,895,8852.05%
Flag of Senegal.svg เซเนกัล1,883,21810.95%
Flag of Liberia.svg ไลบีเรีย1,751,52033.81%
Flag of Georgia.svg จอร์เจีย1,626,08640.86%
Flag of Malawi.svg มาลาวี1,596,6078.13%
Flag of Mauritania.svg มอริเตเนีย1,567,06032.82%
Flag of Kyrgyzstan.svg คีร์กีซสถาน1,558,08023.51%
Flag of Cameroon.svg แคเมอรูน1,557,9845.72%
Flag of Mali.svg มาลี1,522,5307.30%
Flag of Botswana.svg บอตสวานา1,486,07661.99%
Flag of Latvia.svg ลัตเวีย1,345,38472.06%
Flag of Albania.svg แอลเบเนีย1,302,09345.32%
Flag of Madagascar.svg มาดากัสการ์1,290,5844.54%
Flag of Slovenia.svg สโลวีเนีย1,265,63760.89%
Flag of Bahrain.svg บาห์เรน1,236,93570.75%
Flag of Armenia.svg อาร์มีเนีย1,128,07238.01%
Flag of the Central African Republic.svg สาธารณรัฐแอฟริกากลาง1,092,96122.21%
Flag of Moldova.svg มอลโดวา1,081,07326.87%
Flag of Mauritius.svg มอริเชียส1,000,47478.57%
Flag of Bosnia and Herzegovina.svg บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา943,39428.91%
Flag of Lesotho.svg เลโซโท933,82543.25%
Flag of Kosovo.svg คอซอวอ903,30650.69%
Flag of Estonia.svg เอสโตเนีย862,13665.06%
Flag of North Macedonia.svg นอร์ทมาซิโดเนีย853,56240.98%
Flag of Jamaica.svg จาเมกา800,80326.93%
Flag of Timor-Leste.svg ติมอร์-เลสเต799,15359.47%
Flag of Trinidad and Tobago.svg ตรินิแดดและโตเบโก749,63853.42%
Flag of Fiji.svg ฟีจี705,87178.18%
Flag of Republic of the Congo.svg สาธารณรัฐคองโก694,92512.28%
Flag of Bhutan.svg ภูฏาน692,71688.82%
Flag of South Sudan.svg เซาท์ซูดาน681,3055.99%
Flag of Yemen.svg เยเมน670,6462.20%
Flag of Cyprus.svg ไซปรัส667,66474.52%
Flag of Macau.svg มาเก๊า609,53492.58%
Flag of Guinea-Bissau.svg กินี-บิสเซา519,45525.77%
Flag of Luxembourg.svg ลักเซมเบิร์ก480,97575.77%
Flag of Namibia.svg นามิเบีย479,07818.52%
Flag of Malta.svg มอลตา476,35192.30%
Flag of Guyana.svg กายอานา476,00060.23%
Flag of The Gambia.svg แกมเบีย449,46418.07%
Flag of Brunei.svg บรูไน440,90099.86%
Flag of Maldives.svg มัลดีฟส์398,61573.33%
Flag of Eswatini.svg เอสวาตีนี387,46833.05%
Flag of Cape Verde.svg กาบูเวร์ดี355,23263.22%
Flag of the Comoros.svg คอโมโรส341,30238.42%
Flag of Papua New Guinea.svg ปาปัวนิวกินี323,3453.55%
Flag of Iceland.svg ไอซ์แลนด์309,77084.00%
Flag of Gabon.svg กาบอง308,23513.53%
Flag of Montenegro.svg มอนเตเนโกร291,17546.36%
Flag of the Turkish Republic of Northern Cyprus.svg นอร์เทิร์นไซปรัส284,35774.39%
Flag of the Solomon Islands.svg หมู่เกาะโซโลมอน283,29840.24%
Flag of Suriname.svg ซูรินาม267,82045.26%
Flag of Equatorial Guinea.svg อิเควทอเรียลกินี265,50518.31%
Flag of Belize.svg เบลีซ237,50258.65%
Flag of Samoa.svg ซามัว228,661114.25%
Flag of French Polynesia.svg เฟรนช์พอลินีเชีย188,35266.67%
Flag of France.svgPro-Independence Flag of New Caledonia.svg นิวแคลิโดเนีย188,32565.34%
Flag of Haiti.svg เฮติ184,9691.60%
Flag of Vanuatu.svg วานูอาตู172,23254.77%
Flag of Djibouti.svg จิบูตี171,07717.07%
Flag of the Bahamas.svg บาฮามาส166,47141.94%
Flag of Barbados.svg บาร์เบโดส162,40056.45%
Flag of Sao Tome and Principe.svg เซาตูเมและปรินซีปี113,70850.91%
Flag of Curaçao.svg กือราเซา108,15365.63%
Flag of Aruba.svg อารูบา88,82882.87%
Flag of Seychelles.svg เซเชลส์84,76685.70%
Flag of Jersey.svg เจอร์ซีย์83,43182.55%
Flag of Tonga.svg ตองงา81,81676.64%
Flag of Kiribati.svg คิริบาส80,56666.37%
Flag of the Isle of Mann.svg ไอล์ออฟแมน69,53281.41%
Flag of Antigua and Barbuda.svg แอนติกาและบาร์บูดา63,99564.82%
Flag of the Cayman Islands.svg หมู่เกาะเคย์แมน60,99591.72%
Flag of Saint Lucia.svg เซนต์ลูเชีย59,26432.14%
Flag of Andorra.svg อันดอร์รา57,87474.82%
Flag of Guernsey.svg เกิร์นซีย์54,14685.42%
Flag of Bermuda.svg เบอร์มิวดา48,55478.20%
Flag of Grenada.svg เกรนาดา43,61838.59%
Flag of Gibraltar.svg ยิบรอลตาร์42,074124.88%
Flag of the Faroe Islands.svg หมู่เกาะแฟโร41,71585.04%
Flag of Greenland.svg กรีนแลนด์41,24372.52%
Flag of Saint Vincent and the Grenadines.svg เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์36,50832.81%
Flag of Dominica.svg ดอมินีกา32,74745.37%
Flag of Turkmenistan.svg เติร์กเมนิสถาน32,2400.53%
Flag of the Turks and Caicos Islands.svg หมู่เกาะเติกส์และเคคอส31,80781.09%
Flag of Saint Kitts and Nevis.svg เซนต์คิตส์และเนวิส31,16258.20%
Flag of the Netherlands.svg ซินต์มาร์เติน29,16467.17%
Flag of Liechtenstein.svg ลิกเตนสไตน์26,73969.90%
Flag of Monaco.svg โมนาโก26,67267.49%
Flag of San Marino.svg ซานมารีโน26,35177.48%
Flag of the British Virgin Islands.svg หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน19,32363.51%
Flag of the Netherlands.svg แคริบเบียนเนเธอร์แลนด์19,10972.26%
Flag of the Cook Islands.svg หมู่เกาะคุก15,00485.39%
Flag of Burundi.svg บุรุนดี13,4730.11%
Flag of Anguilla.svg แองกวิลลา10,74671.05%
Flag of Nauru.svg นาอูรู9,46487.04%
Flag of France.svg วาลิสและฟูตูนา6,48358.44%
Flag of Tuvalu.svg ตูวาลู6,36853.40%
Flag of Saint Helena.svg เซนต์เฮเลนา4,36171.83%
Flag of the Falkland Islands.svg หมู่เกาะฟอล์กแลนด์2,63275.57%
Flag of Montserrat.svg มอนต์เซอร์รัต1,91638.47%
Flag of Niue.svg นีวเว1,650102.23%
Flag of Tokelau.svg โทเคอเลา96870.76%
Flag of the Pitcairn Islands.svg หมู่เกาะพิตแคร์น47100.0%
Flag of North Korea.svg เกาหลีเหนือ00.00%

อ้างอิง

หมายเหตุ

  1. ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ระบุ ความถี่ในการรายงานแต่ละประเทศแตกต่างกันไป
  2. จำนวนรายบุคคลที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อยหนึ่งโดส (เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น)
  3. รวมถึงผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเพียงครั้งเดียวบางส่วน อาจรวมถึงการฉีดวัคซีนให้กับแรงงานที่ไม่ใช่พลเมืองซึ่งสามารถทำให้จำนวนรวมทั้งหมดเกิน 100% ของประชากรในท้องถิ่น
  4. บางประเทศยังไม่รายงานจำนวนการฉีดโดสแรก การนับปริมาณโดสทั้งหมดสำหรับประเทศเหล่านี้ไม่รวมอยู่ในผลรวมของโลก
  5. รวมข้อมูลของรัฐสมทบอิสระ ในผลรวมของสหรัฐ
  6. ข้อมูลรวมจำนวนของนครรัฐวาติกัน

สาระสำคัญและประวัติ

ซาร์สและเมอร์ส

มีวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโคโรนาในสัตว์หลายอย่าง รวมทั้งโรคหลอดลมอักเสบเหตุติดเชื้อไวรัส (infectious bronchitis virus) ในนก โรคไวรัสโคโรนาในสุนัข (canine coronavirus) และโรคไวรัสโคโรนาในแมว (feline coronavirus)[17]โครงการก่อน ๆ ที่พัฒนาวัคซีนสำหรับไวรัสในสกุล Coronaviridae ที่มนุษย์ติดเชื้อ มุ่งใช้สำหรับกลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส หรือ SARS) และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส หรือ MERS)โดยทั้งสองได้ทดสอบในสัตว์ทดลองแล้ว[18][19]

ตามวรรณกรรมงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในระหว่างปี 2005–2006 แม้รัฐบาลและองค์กรสาธารณสุขต่าง ๆ ทั่วโลกจะได้ให้ความสำคัญกับการหาและพัฒนาวัคซีนบวกยาใหม่ [20][21][22]แต่จนถึงปี 2020 ก็ยังไม่มีวัคซีนรักษาหรือป้องกันโรคซาร์สที่แสดงว่าปลอดภัยและมีประสิทธิผลในมนุษย์[23][24]

โรคเมอร์สก็ยังไม่มีวัคซีนด้วย[25]เมื่อโรคเมอร์สกำลังระบาด เชื่อกันว่า งานวิจัยเกี่ยวกับโรคซาร์สที่ได้ทำแล้วอาจเป็นโครงแบบที่มีประโยชน์เพื่อพัฒนาวัคซีนและพัฒนาวิธีการรักษาโรค[23][26]จนถึงเดือนมีนาคม 2020 มีวัคซีนโรคเมอร์สชนิดหนึ่ง (อาศัยดีเอ็นเอ) ที่ได้ผ่านการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 กับมนุษย์แล้ว[27]และมีวัคซีนอีก 3 อย่างที่กำลังอยู่ในกระบวนการโดยทั้งหมดเป็นวัคซีนมีไวรัสเป็นเวกเตอร์, 2 อย่างมีอะดีโนไวรัส (ChAdOx1 nCoV-19, BVRS-GamVac) เป็นเวกเตอร์ และอีกอย่างมี modified vaccinia Ankara (MVA) เป็นเวกเตอร์[28]

การพัฒนาวัคซีนโควิดในปี 2020

ในอดีตยังไม่เคยมีวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อที่สามารถพัฒนาได้จนสำเร็จอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ปี และวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาสำหรับใช้ในมนุษย์ก็ยังไม่เคยมีผลิตมาก่อน[29]หลังจากได้พบโรคปอดบวมเหตุไวรัสโคโรนาแบบใหม่เมื่อเดือนธันวาคม 2019[30]ก็ได้ตีพิมพ์ลำดับยีนของโควิด-19 เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2020 ซึ่งจุดชนวนการตอบสนองฉุกเฉินในระดับนานาชาติเพื่อเตรียมรับโรคระบาดและเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค[31][32][33]

ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2020 องค์การอนามัยโลกคาดว่า จะมีวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ที่เป็นเหตุของโรคอย่างเร็วก็ใช้เวลา 18 เดือน[34]อัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของโควิดทั่วโลกเมื่อต้นปี 2020 ได้กระตุ้นให้ก่อพันธมิตรระดับนานาชาติและกระตุ้นให้รัฐระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาวัคซีนหลายชนิดในระยะเวลาสั้น [35]จึงมีวัคซีนแคนดิเดต 4 อย่างที่เริ่มการทดลองในมนุษย์ในเดือนมีนาคม (ดูตารางการทดลองทางคลินิกที่เริ่มในปี 2020 ต่อไป)[31][36]

องค์การอนามัยโลกประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมดถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 250,000 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาวัคซีนสามอย่างหรือมากกว่าที่มีเทคโนโลยีและการจัดจำหน่ายต่าง ๆ กันเพื่อระงับการระบาดของโควิดทั่วโลก[35]จนถึงเดือนเมษายน 2020 ก็มี "บริษัทและสถาบันเกือบ 80 แห่งใน 19 ประเทศ" ที่กำลังดำเนินการอันเสมือนกับสถานการณ์ตื่นทองนี้แล้ว[37]ในเดือนเมษายนเช่นกัน เซพี (CEPI) ได้ประเมินว่าอาจมีวัคซีนแคนดิเดตต้านโรคโควิดถึง 6 อย่าง ที่พันธมิตรนานาชาติควรเลือกพัฒนาให้ผ่านการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2–3 และ 3 อย่างควรช่วยลดระเบียบราชการที่จุกจิกเกินไปให้ผ่านการตรวจสอบของรัฐและการตรวจสอบคุณภาพได้โดยจะมีค่าใช้จ่ายอย่างน้อยถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 62,851 ล้านบาท)[38][36][29]ส่วนงานวิเคราะห์อีกงานหนึ่งประเมินว่า จะต้องพัฒนาวัคซีนแคนดิเดตในเบื้องต้นพร้อม ๆ กัน 10 อย่างก่อนจะเลือกเพียงไม่กี่อย่างเพื่อพัฒนาจนถึงให้อนุมัติได้[29]

ในเดือนกรกฎาคม 2020 ศูนย์ความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติสหราชอาณาจักร บวกกับหน่วยงานความมั่นคงการสื่อสารต่าง ๆ ของแคนาดา สำนักงานความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐานแห่งความมั่นคงไซเบอร์สหรัฐ (Cybersecurity Infrastructure Security Agency) และสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ ได้ร่วมกันกล่าวหาว่านักเลงคอมพิวเตอร์ที่ประเทศรัสเซียสนับสนุนได้พยายามขโมยงานวิจัยเกี่ยวกับการรักษาและวัคซีนโควิดจากสถาบันวิชาการและสถาบันยาในประเทศต่าง ๆ แต่รัสเซียก็ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้[39]

การพัฒนาทั่วโลก

ในช่วงปี 2020 ความเปลี่ยนแปลงสำคัญของการพัฒนาวัคซีนโควิดจากต้นปีก็คือ การเพิ่มการร่วมมือกันระหว่างบริษัทยาข้ามชาติกับรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ, รูปแบบบริษัทและจำนวนบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในประเทศต่าง ๆ ที่ได้เล็งความสนใจไปที่วัคซีนโควิด[38]ตามเซพี เมื่อจำแนกตามภูมิภาค องค์กรที่พัฒนาวัคซีนโควิดร้อยละ 40 อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือเทียบกับร้อยละ 30 ในเอเชียและออสเตรเลียร้อยละ 26 ในยุโรป โดยมีโครงการจำนวนน้อยในอเมริกาใต้และแอฟริกา[38][31]

Access to COVID-19 Tools (ACT) Accelerator และโคแว็กซ์

องค์กรนานาชาติรวมทั้งองค์การอนามัยโลก, เซพี (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations, CEPI), กาวี, มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ และรัฐบาลต่าง ๆ ได้ก่อตั้งโครงการ "Access to COVID-19 Tools (ACT) Accelerator" เพื่อหาเงินทุน เร่งการวิจัยและพัฒนา การผลิต และการเข้าถึงอย่างยุติธรรมทั่วโลกสำหรับชุดตรวจโควิด วิธีการรักษา และการได้ใบอนุญาตเพื่อผลิตวัคซีน โดยมีโปรแกรมพัฒนาโดยเฉพาะที่เรียกว่า โคแว็กซ์ (COVAX Pillar)[40][41]โคแว็กซ์มุ่งอำนวยให้ได้ใบอนุญาตเพื่อผลิตวัคซีนโควิดหลายอย่าง มุ่งให้มีราคาที่ยุติธรรม มุ่งให้ได้วัคซีนถึง 2,000 ล้านโดสไม่เกินปลายปี 2021 เพื่อป้องกันบุคลากรทางแพทย์ผู้เป็นหน่วยหน้าและคนที่เสี่ยงมากที่สุด โดยเฉพาะสำหรับประเทศที่มีรายได้ต่ำจนถึงปานกลาง[42][43](รวมทั้งประเทศไทย)

จนถึงเดือนธันวาคม 2020 โครงการ ACT Accelerator รวม ๆ แล้วได้เงินทุนมา 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 75,000 ล้านบาท) มีวัคซีนแคนดิเดต 9 อย่างที่ได้เงินทุนจากโคแว็กซ์และเซพี จึงจัดเป็นกลุ่มที่มีวัคซีนโควิดมากที่สุด โดยมีประเทศ 189 ประเทศตกลงว่าจะร่วมแผนการผลิตจัดส่งวัคซีนในที่สุด[44][45]ในต้นปี 2020 องค์การอนามัยโลกได้ออกสื่อสัญญาณต่อเนื่องซึ่งได้สัญญาว่าจะได้เงิน 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสองแสนแปดหมื่นล้านบาท) จากประเทศ 40 ประเทศเพื่อสนับสนุนการเร่งพัฒนาวัคซีน[46]

ในเดือนกรกฎาคม องค์การประกาศว่าประเทศ 165 ประเทศ ซึ่งมีประชากรทั้งหมดร้อยละ 60 ของทั้งโลกได้ตกลงกับแผนการของโคแว็กซ์เพื่อให้แจกจำหน่ายวัคซีนที่ได้อย่างยุติธรรมและเท่าเทียมกัน ซึ่งรับประกันว่าประเทศที่เข้าร่วมแต่ละประเทศจะได้ส่วนแบ่งวัคซีนเพื่อให้แก่ประชากรที่เสี่ยงสุดร้อยละ 20 ของประเทศไม่เกินปลายปี 2021[47]

ส่วนองค์กรการร่วมมืองานวิจัยโลกเพื่อความเตรียมพร้อมต่อโรคติดต่อ (Global Research Collaboration for Infectious Disease Preparedness) กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลกและประเทศสมาชิกเพื่อจัดลำดับความจำเป็นในการได้ทุนของงานวิจัยต่าง ๆ เพื่อประสานงานระหว่างองค์กรนานาชาติผู้ให้ทุนกับองค์กรที่ทำงานวิจัย เพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าของวัคซีน และเพื่อหลีกเลี่ยงการให้ทุนซ้ำซ้อน[48][49]ส่วนสหพันธ์โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงและการติดเชื้ออุบัติใหม่ (International Severe Acute Respiratory and Emerging Infection Consortium ตัวย่อ ISARIC) ก็กำลังจัดระเบียบและเผยแพร่ข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับโควิดเพื่อให้เกิดผลต่อนโยบายสาธารณสุขของรัฐในเรื่องการแจกจำหน่ายวัคซีนที่จะได้[50]

ในวันที่ 4 มิถุนายน มีงานประชุมสุดยอดเสมือนที่ประสานงานจากกรุงลอนดอน มีผู้แทนจากองค์กรของรัฐและเอกชนจากประเทศ 52 ประเทศ รวมทั้งประมุขแห่งรัฐ 35 ท่านจากประเทศกลุ่ม 7 และกลุ่ม 20 เพื่อระดมเงิน 8,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสองแสนแปดหมื่นล้านบาท) เพื่อสนับสนุนให้กาวี (พันธมิตรโลกเพื่อวัคซีนและการให้ภูมิคุ้มกัน) เตรียมให้วัคซีนโควิดแก่เด็ก 300 ล้านคนในประเทศด้อยพัฒนาตลอดจนถึงปี 2025[51]ผู้บริจาครายใหญ่รวมทั้งมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ (1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณห้าหมื่นล้านบาท)[52]และสหราชอาณาจักร (330 ล้านปอนด์สเตอร์ลิงต่อปีเป็นเวลา 5 ปีรวมเป็นเงินประมาณหกหมื่นหกพันล้านบาท)[51]

ในเดือนธันวาคม มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์บริจาคทรัพย์อีก 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณเจ็ดพันแปดร้อยล้านบาท) ให้แก่ ACT Accelerator เพื่อ "สนับสนุนการส่งชุดตรวจโควิด-19 การรักษา และวัคซีนใหม่ ๆ โดยเฉพาะแก่ประเทศมีรายได้ต่ำและปานกลาง" ในช่วงปี 2021 จึงรวมการบริจาคทรัพย์เกี่ยวกับโควิดของมูลนิธิเป็น 1,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 55,000 ล้านบาท)[53][54]

เซพี

เซพี (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations, CEPI) เป็นองค์กรนานาชาติที่จัดตั้งขึ้นในปี 2017 มุ่งทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้พัฒนาวัคซีนนานาชาติเพื่อพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคระบาดต่าง [43]เซพีได้จัดตั้งกองทุน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 64,600 ล้านบาท) โดยเป็นหุ้นส่วนทั่วโลกกับองค์กรของรัฐ เอกชน การกุศล กับประชาสังคมเพื่อเร่งวิจัยและทดลองวัคซีนแคนดิเดตสำหรับโควิด 9 อย่าง โดยมีเป้าหมายให้มีหลายอย่างพัฒนาจนได้อนุมัติภายในปี 2020–21[38][36][44]สหราชอาณาจักร แคนาดา เบลเยียม นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ได้บริจาคเงิน915 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสองหมื่นเก้าพันล้านบาท) แก่เซพีแล้วในต้นเดือนพฤษภาคม[46][55]ส่วนมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ ซึ่งมีเป้าหมายในด้านการวิจัยและการแจกจำหน่ายวัคซีน ได้บริจาคเงิน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณเจ็ดพันเก้าร้อยล้านบาท) ให้แก่องค์การเพื่องานวิจัยและการให้การศึกษาแก่สาธารณชนในเรื่องวัคซีนโควิด[56][57]

ตลอดการระบาดทั่วปี 2020 เซพีได้ให้เงินทุนพัฒนาวัคซีนแคนดิเดต 9 อย่างโดยตั้งใจให้มีเทคโนโลยีวัคซีนหลายหลากต่าง ๆ กันเพื่อลดความเสี่ยงการล้มเหลวซึ่งปกติจะสูงเมื่อพัฒนาวัคซีน[44][58]จนถึงเดือนธันวาคม องค์กรและโปรแกรมการวิจัยที่ได้การสนับสนุนจากเซพีรวมแอสตร้าเซนเนก้า/มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (AZD1222), Clover Biopharmaceuticals (SCB-2019), CureVac (Zorecimeran/CVnCoV), Inovio (INO-4800), สถาบันปาสเตอร์ (MV-SARS-CoV-2), โมเดอร์นา (mRNA-1273), Novavax (NVX-CoV2373), SK bioscience (GBP510), และมหาวิทยาลัยฮ่องกง[44][59][60]

รัฐบาลของประเทศ

รัฐบาลของประเทศที่จัดงบประมาณเพื่อลงทุนในประเทศและต่างประเทศเกี่ยวกับงานวิจัยวัคซีน งานพัฒนา และการผลิตเริ่มต้นในปี 2020 รวมทั้งรัฐบาลกลางของแคนาดา ซึ่งประกาศทุน 275 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณหกพันสี่ร้อยล้านบาท) สำหรับโครงการงานวิจัยวัคซีน 96 โครงการ ทั้งในบริษัทและในมหาวิทยาลัย โดยมีแผนจะสร้าง "ธนาคารวัคซีน" เพื่อฝากวัคซีนไว้หลายอย่างที่สามารถใช้ถ้าโรคระบาดอีก[61][62]ยังมีการลงทุนเพิ่มอีก 1,100 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณสองหมื่นหกพันล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการทดลองทางคลินิกในแคนาดาแล้วพัฒนาโซ่การผลิตและการแจกจำหน่ายสำหรับวัคซีน[49]วันที่ 4 พฤษภาคม รัฐบาลแคนาดาจัดงบประมาณ 850 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณสองหมื่นล้านบาท) ให้แก่องค์การอนามัยโลกเนื่องกับการออกสื่อสัญญาณต่อเนื่องเพื่อระดมทุน 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้วัคซีนโควิด[63]

 
ผังของสำนักงาน Government Accountability Office ของสหรัฐ เปรียบเทียบการพัฒนาวัคซีนธรรมดากับไทม์ไลน์ที่เร่งเร็วขึ้น รวม ๆ คือ (บน) ทั่วไปใช้เวลา 10–15 ปีกว่าจะได้อนุมัติในสหรัฐ (ล่าง) เร่งเร็วใช้เวลาไม่กี่ปี คำแปลคร่าว  (จากซ้ายไปขวาบนลงล่าง) - Exploratory = การวิจัยสืบเสาะ, Preclinic = การทดลองระยะพรีคลินิก, Clinical Trials = การทดลองทางคลินิกแบ่งเป็นระยะ , FDA Review and Approval = การพิจารณาและอนุมัติโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐ, Manufacturing = การผลิต, FDA Rolling Review and Approval = การพิจารณาและอนุมัติที่ทำอย่างต่อเนื่อง, Rapid Manufacturing = การผลิตอย่างรวดเร็ว

ในประเทศจีน รัฐบาลได้ให้เงินกู้มีดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้พัฒนาวัคซีนผ่านธนาคารกลาง และหาที่ดินให้เพื่อให้บริษัทสร้างโรงงานผลิตวัคซีน[55]จนถึงเดือนมิถุนายน 2020 วัคซีนแคนดิเดต 6 อย่างจาก 11 อย่างที่กำลังทดสอบเบื้องต้นในมนุษย์มาจากองค์กรของจีน[56]บริษัทวัคซีนและสถาบันวิจัย 3 แห่งได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลจีนเพื่อการวิจัย เพื่อการทดลองทางคลินิก และการผลิตวัคซีนซึ่งดีที่สุด โดยให้ความสำคัญกับการได้หลักฐานประสิทธิศักย์ของวัคซีนเร็ว ๆ ยิ่งกว่าความปลอดภัย[64]วันที่ 18 พฤษภาคม จีนได้สัญญาว่าจะให้เงิน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณหกหมื่นสามพันล้านบาท) เพื่อสนับสนุนงานขององค์การอนามัยโลกเพื่อกำจัดโควิด[65]วันที่ 22 กรกฎาคม จีนได้ประกาศว่าจะให้เงินกู้ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32,000 ล้านบาท) เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในลาตินอเมริกาและแคริบเบียนสามารถซื้อวัคซีนจากจีนได้[66]วันที่ 24 สิงหาคม นายกรัฐมนตรีจีนหลี่ เค่อเฉียงประกาศว่า จะแจกจำหน่ายวัคซีนของจีนให้แก่ประเทศเอเชียอาคเนย์ 5 ประเทศ คือกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ ไทยและเวียดนาม ก่อนอื่นเมื่อได้วัคซีนแล้ว[67]

ในบรรดาประเทศสหภาพยุโรป เมื่อเดือนพฤษภาคม ฝรั่งเศสประกาศการลงทุน 4.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณร้อยห้าสิบสี่ล้านบาท) ในสหพันธ์การวิจัยวัคซีนโควิดผ่านเซพี ที่องค์กรต่าง ๆ รวมทั้งสถาบันปาสเตอร์ (ฝรั่งเศส), Themis Bioscience (ออสเตรีย) และมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก (สหรัฐ) จะมีบทบาท ซึ่งเพิ่มทุนการพัฒนาวัคซีนโควิดของ CEPI เป็น 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณหมื่นห้าพันล้านบาท) [68][69]ในเดือนมีนาคม คณะกรรมาธิการยุโรปได้ลงทุน 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,769 ล้านบาท) กับ CureVac ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของเยอรมนีเพื่อพัฒนาวัคซีนแบบเอ็มอาร์เอ็นเอ[70]ส่วนรัฐบาลเยอรมันเองก็ได้ลงทุนต่างหากกับบริษัทอีก 300 ล้านยูโร (ประมาณหมื่นสี่พันล้านบาท) ในเดือนมิถุนายน[71]เบลเยียม นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์เป็นผู้บริจาครายสำคัญให้แก่ CEPI เพื่อวิจัยวัคซีนโควิดในยุโรป[55]

ในเดือนเมษายน รัฐบาลสหราชอาณาจักรก่อตั้งคณะกรรมการวัคซีนโควิดเฉพาะกิจเพื่อเร่งพัฒนาวัคซีนผ่านการร่วมงานระหว่างอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัย กับองค์กรต่าง ๆ ของรัฐตลอดขั้นตอนการพัฒนาวัคซีน รวมทั้งกำหนดโรงพยาบาลในประเทศเพื่อทำการทดลองทางคลินิก กฎการอนุมัติ และการผลิตในที่สุด[72]โครงการริเริ่มพัฒนาวัคซีนที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและอิมพิเรียลคอลเลจลอนดอนได้รับงบประมาณ 44 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (ประมาณพันแปดร้อยล้านบาท) ในเดือนเมษายน[73][74]

สำนักงานวิจัยและพัฒนาทางชีวเวชขั้นสูงสหรัฐ (Biomedical Advanced Research and Development Authority ตัวย่อ BARDA อ่านว่า บาร์ดา) เป็นองค์กรของรัฐบาลกลางสหรัฐที่ให้ทุนกับเทคโนโลยีรักษาโรค ได้ประกาศลงทุนเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสามหมื่นหนึ่งพันล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนโควิด และเตรียมตัวผลิตวัคซีนแคนดิเดตที่มีหวังที่สุดในสหรัฐ วันที่ 16 เมษายน บาร์ดาลงทุน 483 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณหมื่นห้าพันล้านบาท) กับบริษัทโมเดอร์นา (Moderna) และหุ้นส่วนคือจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน[55][75]บาร์ดายังมีงบประมาณอีก4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณแสนสามหมื่นล้านบาท) สำหรับพัฒนาวัคซีน ดังนั้น จึงอาจลงทุนพัฒนาวัคซีนแคนดิเดตได้ถึง 6–8 อย่างที่จะทดลองทางคลินิกในปี 2020–2021 โดยบริษัทต่าง ๆ เช่น Sanofi Pasteur (ฝรั่งเศส) และ Regeneron (สหรัฐ)[75][76]

ในวันที่ 15 พฤษภาคม รัฐบาลกลางสหรัฐได้ประกาศให้งบประมาณกับโปรแกรมเร่งด่วนคือ Operation Warp Speed (แปลได้ว่า ปฏิบัติการความเร็วเหนือแสง) โดยมุ่งให้เริ่มทดลองวัคซีนแคนดิเดตทางคลินิกในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 แล้วผลิตวัคซีนที่ได้อนุมัติ 300 ล้านโดสให้ได้ในเดือนมกราคม 2021ผู้นำโปรแกรมนี้เป็นนายพลทหารบกสหรัฐในเดือนมิถุนายน ผู้นำโปรแกรมแจ้งว่า จะทำงานร่วมกับบริษัท 7 บริษัทที่กำลังพัฒนาวัคซีนแคนดิเดตสำหรับโควิด คือ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เมอร์ค ไฟเซอร์ และมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดที่ร่วมมือกับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า บวกกับบริษัทอีกสองบริษัท[77]แม้บริษัทไฟเซอร์ภายหลังจะระบุว่า "บริษัทไม่ได้ยอมรับเงินทุน (จากรัฐ)... การลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาของไฟเซอร์ทั้งหมดเป็นการเสี่ยง"[78]

การทดลองขององค์การอนามัยโลก

ในเดือนเมษายน 2020 องค์การอนามัยโลกได้ตีพิมพ์แผนการวิจัยและพัฒนาไวรัสโคโรนาใหม่ซึ่งเตรียมแผน "การวิจัยทางคลินิกขนาดใหญ่ ทำในระดับนานาชาติ มีศูนย์หลายศูนย์ ทำแบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุม" เพื่อให้สามารถ "ประเมินประโยชน์และความเสี่ยงของวัคซีนแคนดิเดตแต่ละอย่างพร้อม ๆ กันภายใน 3–6 เดือนที่มีให้ใช้ทดลอง"แผนการนี้มี "โพรไฟล์ผลิตภัณฑ์เป้าหมาย" (Global Target Product Profile ตัวย่อ TPP) ซึ่งจำแนกคุณสมบัติของวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิผลไว้เป็น 2 หมวด คือ "วัคซีนเพื่อการป้องกันในระยะยาวสำหรับบุคคลที่เสี่ยงโควิดสูงกว่า เช่น บุคลากรทางการแพทย์" และวัคซีนอื่น ๆ ที่ให้ภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดการระบาดใหม่[35]

องค์การยังได้จัดตั้งทีมนานาชาติ คือ ทีพีพี (TPP) ขึ้นเพื่อ

  1. ประเมินการพัฒนาวัคซีนแคนดิเดตที่มีอนาคตมากสุด
  2. สร้างข้อมูล/แผนที่เกี่ยวกับวัคซีนแคนดิเดตและการทดลองทางคลินิกของวัคซีนทั่วโลก แล้วตีพิมพ์อัปเดตแผนของวัคซีนโดยอัปเดตบ่อย [79]
  3. ประเมินและตรวจคัดวัคซีนแคนดิเดตที่มีอนาคตมากสุดพร้อม ๆ กันอย่างเร็วก่อนจะทดสอบในมนุษย์
  4. ออกแบบและประสานการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม มีหลายศูนย์ และทำในระดับนานาชาติซึ่งเรียกว่าการทดลองซอลิแดริตี (Solidarity trial)[35][80] เพื่อให้สามารถประเมินประโยชน์และความเสี่ยงของวัคซีนแคนดิเดตต่าง ๆ ที่กำลังทดลองทางคลินิกในประเทศที่มีอัตราการติดโรคโควิดสูง แล้วตีความและแชร์ผลที่ได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก[35]

ทีมนานาชาตินี้จะจัดลำดับความสำคัญว่า วัคซีนใดควรเข้าสู่การทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 และ 3 และระบุโพรโทคอล/เกณฑ์วิธีของการทดลองระยะ 3 แบบเข้ากันได้สำหรับวัคซีนทั้งหมดที่เข้าสู่ระยะก่อนได้รับอนุมัตินี้[35]

แบบทดลองที่ปรับได้สำหรับการทดลองซอลิแดริตี

แบบทดลองทางคลินิกที่กำลังทำอยู่อาจปรับได้โดยเรียกว่าเป็น "adaptive design" (แบบปรับได้) ถ้าข้อมูลที่ได้ในการทดลองให้ความชัดเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ เกี่ยวกับประสิทธิผลของวัคซีน ไม่ว่าจะบวกหรือลบ[81][82]ดังนั้น การทดลองร่วม (Solidarity trial) ขององค์การอนามัยโลกสำหรับวัคซีนหลายอย่างที่ทดลองทางคลินิกในปี 2020 จะใช้วิธีเช่นนี้เพื่อให้สามารถเปลี่ยนพารามิเตอร์ของการทดลองได้อย่างรวดเร็วในศูนย์ทดลองทุกแห่งเมื่อผลปรากฏ[80]วัคซีนแคนดิเดตใหม่ที่เข้าเกณฑ์ยังอาจเพิ่มเข้าในโปรแกรมการทดลองร่วม และวัคซีนแคนดิเดตที่ปรากฏโดยหลักฐานว่าปลอดภัยหรือมีประสิทธิศักย์ไม่ดีเทียบกับยาหลอกและวัคซีนอื่น ๆ ก็จะยกเลิกทดลองในโปรแกรมนี้[80]

แบบปรับได้ที่ใช้ในการทดลองวัคซีนแคนดิเดตทางคลินิกระยะที่ 2–3 อาจทำให้ระยะการทดลองสั้นลงโดยมีอาสาสมัครผู้รับวัคซีนน้อยกว่า ช่วยเร่งการตัดสินใจไม่ว่าจะหยุดการทดลองตั้งแต่ต้น ๆ หรือตัดสินใจว่ามีผล หลีกเลี่ยงทำการวิจัยซ้ำ ๆ และเพิ่มการประสานงานเพื่อเปลี่ยนแบบการทดลองที่ทำร่วมในศูนย์ประเทศต่าง [80][81]

หุ้นส่วน การแข่งขัน และการแจกจำหน่าย

บริษัทยายักษ์ใหญ่ที่มีประสบการณ์ผลิตวัคซีนเป็นจำนวนมาก ๆ รวมทั้งจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน แอสตร้าเซนเนก้า และแกล็กโซสมิธไคลน์ กำลังสร้างพันธมิตรกับบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ และมหาวิทยาลัยเพื่อเร่งการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ[56][55]เพื่อรวมสมรรถภาพทางการเงินและการผลิตเพื่อสร้างเทคโนโลยีวัคซีนโรคระบาดทั่วแบบใช้ตัวเสริม (adjuvant) แกล็กโซสมิธไคลน์จึงได้จับมือกับซาโนฟี่ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนแบบที่ไม่ค่อยทำกันระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่นานาชาติเพื่อเร่งพัฒนาวัคซีน[83]

เมื่อโควิด-19 กำลังระบาดไปทั่วอย่างรวดเร็วในปี 2020 องค์การนานาชาติเช่นองค์การอนามัยโลกและเซพี ผู้พัฒนาวัคซีน รัฐบาล และอุตสาหกรรมก็ได้ประเมินการแจกจำหน่ายวัคซีนที่จะได้[35]ประเทศผลิตวัคซีนแต่ละประเทศอาจถูกโน้มน้าวให้ขายวัคซีนในราคาสูงสุด หรือใช้วัคซีนในประเทศของตนก่อน[32][29][55]ผู้เชี่ยวชาญเน้นว่า วัคซีนที่จะอนุมัติควรมีราคาที่พอซื้อได้และมีให้สำหรับบุคคลหน่วยหน้าในการรักษาพยาบาลและคนที่จำเป็นมากสุด[32][29][55]ในเดือนเมษายน เดอะเดลีเทลิกราฟ (ลอนดอน) รายงานว่า สหราชอาณาจักรได้ตกลงทำการร่วมกับประเทศและองค์กรนานาชาติอื่น ๆ รวมทั้งประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลีเพื่อค้นหาวัคซีนและแชร์ผลที่ได้ และตกลงว่า ประชาชนอังกฤษจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเพื่อได้วัคซีนโควิดที่มหาวิทยาลัยอังกฤษซึ่งได้รับเงินภาษีของประชาชนเป็นผู้พัฒนาขึ้น[73]บริษัทหลายแห่งมีแผนผลิตวัคซีนเพื่อเริ่มต้นขายในราคาถูก แล้วเพิ่มราคาเพื่อให้ได้กำไรภายหลังถ้าต้องฉีดวัคซีนทุกปีและเมื่อประเทศต่าง ๆ ตุนวัคซีนเผื่ออนาคต[55]

องค์การอนามัยโลกและเซพีกำลังสร้างทรัพยากรทางการเงินและแนวปฏิบัติเพื่อส่งวัคซีนที่มีประสิทธิผล 3 อย่างหรือยิ่งกว่าไปทั่วโลก โดยสำนึกว่าประเทศต่าง ๆ และประชากรกลุ่มต่าง ๆ ย่อมจำเป็นต่างกัน[31][35][36][80]ยกตัวอย่างเช่น วัคซีนที่มีประสิทธิผลน่าจะจัดก่อนอื่นให้แก่บุคลากรทางแพทย์และกลุ่มประชากรที่เสี่ยงป่วยหนักและเสี่ยงตายมากสุดจากการติดโรค เช่น คนชราหรือคนจนที่อยู่ในชุมชนแออัด[84][85]ทั้งองค์การอนามัยโลก เซพี และกาวีต่างก็ได้แสดงความเป็นห่วงว่า ประเทศร่ำรวยไม่ควรได้วัคซีนโควิดก่อนประเทศอื่น ๆ แต่ควรพิจารณาความจำเป็นในหมู่ประชากรและความจำเป็นเพื่อลดปัญหาทางเศรษฐกิจ[31][36][84]

กำหนดเวลาต่าง ๆ ที่ต้องย่อลง

ประเด็นต่าง ๆ ทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาของกลุ่มประชากรที่อ่อนแอ และปัญหาการผลิตวัคซีนเป็นพัน ๆ ล้านโดสล้วนอาจกดดันให้ย่อกำหนดเวลาต่าง ๆ ในการพัฒนาวัคซีนและในบางกรณี อาจรวมระยะการทดลองทางคลินิกหลายระยะเข้าด้วยกันแล้วทำพร้อม ๆ กันโดยใช้เวลาแค่เดือน ๆ ซึ่งปกติต้องทำเป็นลำดับต่อ ๆ กันเป็นปี [56]ยกตัวอย่างเช่น ผู้พัฒนาวัคซีนประเทศจีนและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคจีน (Chinese Center for Disease Control and Prevention) ได้เริ่มงานพัฒนาวัคซีนในเดือนมกราคม 2020[86]แต่เพียงแค่ถึงเดือนมีนาคม ก็กำลังตรวจดูวัคซีนแคนดิเดตเป็นจำนวนมากโดยใช้กำหนดเวลาที่ย่อลง และมีจุดประสงค์เพื่อแสดงความแข็งแกร่งของเทคโนโลยีจีนเหนือของสหรัฐ และเพื่อให้ชาวจีนมั่นใจถึงคุณภาพวัคซีนที่ผลิตในจีน[56][87]

เพื่อเร่งพัฒนาวัคซีนในกำหนดเวลาย่อ ๆ สำหรับโรคระบาดทั่ว ทั้งผู้พัฒนาวัคซีนและรัฐบาลได้ยอมรับความเสี่ยงเมื่อลัดวงจรพัฒนาวัคซีนปกติ[55]ผู้บริหารของอุตสาหกรรมคนหนึ่งถึงกับกล่าวว่า "วิกฤติการณ์ของโลกใหญ่จนกระทั่งเราแต่ละคนจะต้องยอมเสี่ยงที่สุดเดี๋ยวนี้เพื่อยุติโรคนี้"[55]มีเรื่องที่ต้องพิจารณาหลายเรื่องรวมทั้งระดับความเป็นพิษที่ยอมรับได้ (คือความปลอดภัย) การตั้งเป้าที่กลุ่มประชากรที่อ่อนแอ ความก้าวหน้าอย่างมากของประสิทธิศักย์วัคซีนที่ต้องมี ระยะการป้องกันของวัคซีน ระบบการส่งยาพิเศษ (เช่น ให้ทางปากหรือทางจมูก แทนที่จะฉีด) ขนาดการให้ยา ความเสถียรของวัคซีนและวิธีการเก็บในคลัง การอนุมัติให้ใช้เป็นการฉุกเฉินก่อนได้รับอนุมัติทั่วไป วิธีการผลิตดีที่สุดเพื่อให้ได้วัคซีนเป็นพัน ๆ ล้านโดส และการแจกจำหน่ายวัคซีนที่ได้อนุมัติ[29][88]ถ้านับเริ่มจากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 วัคซีนถึงร้อยละ 84–90 ล้มเหลวในช่วงพัฒนาการแล้วไม่ได้รับอนุมัติให้วางตลาดขาย[31][89] ถ้าเริ่มจากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 วัคซีนร้อยละ 25.7 ล้มเหลวและไม่ได้รับอนุมัติโดยที่สุด[89]ผู้ผลิตวัคซีนอาจจะลงทุนไปแล้วเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสามหมื่นหนึ่งพันล้านบาท) โดยได้ผลิตวัคซีนเป็นล้าน ๆ โดสไปแล้วที่ใช้ไม่ได้[29][56][55]ในกรณีของโควิด-19 โดยเฉพาะ ประสิทธิศักย์ของวัคซีนที่อัตราร้อยละ 70 อาจพอระงับการระบาดทั่ว เพราะถ้ามีประสิทธิศักย์เพียงร้อยละ 60 การระบาดก็ยังอาจต่อไปได้และประสิทธิศักย์ที่น้อยกว่าร้อยละ 60 จะไม่ก่อภูมิคุ้มกันหมู่พอระงับการกระจายเชื้อโดยตนเอง[29]

โรคที่ระบาดทั่วในปี 2020 ได้สร้างปัญหากับสถาบันวิจัยเพราะการเว้นระยะห่างทางสังคมและการปิดห้องปฏิบัติการ[90][91]อุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการวิจัยและพัฒนาวัคซีนก็ขาดแคลนขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการซื้อแข่งขันกันในระดับนานาชาติหรือการเข้ายึดของรัฐ[64]กำหนดเวลาต่าง ๆ สำหรับการทดลองทางคลินิก ซึ่งปกติเป็นกระบวนการที่ทำเป็นลำดับต่อ ๆ กันโดยใช้เวลาเป็นปี ๆ ก็กำลังย่อเป็นการทดลองตรวจความปลอดภัย ประสิทธิศักย์ และหาขนาดยาที่ทำพร้อม ๆ กันโดยใช้เวลาเป็นแค่เดือน ๆ ซึ่งอาจมีผลต่อความปลอดภัย[56][55]

แพลตฟอร์มเทคโนโลยี

ในเดือนกันยายน 2020 นักวิทยาศาสตร์ของเซพีรายงานว่า มีแพลตฟอร์เทคโนโลยี 9 แพลตฟอร์มที่กำลังวิจัยและพัฒนาในช่วงปี 2020 เพื่อสร้างวัคซีนต้านโควิด-19โดยยังมีวัคซีนแคนดิเดตเป็นจำนวนมากที่ไม่ระบุแพลต์ฟอร์มเทคโนโลยี[38]แพลตฟอร์มโดยมากสำหรับวัคซีนที่อยู่ในช่วงทดลองทางคลินิกจนถึงเดือนกันยายนได้เล็งโปรตีน spike ของไวรัสและรูปแบบต่าง ๆ ของโปรตีนนี้เพื่อใช้เป็นแอนติเจนหลักในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค[38]แพลตฟอร์มที่กำลังพัฒนาในปี 2020 รวมเทคโนโลยีกรดนิวคลีอิก (คือ เอ็มอาร์เอ็นเอที่ดัดแปลงนิวคลีโอไซด์ (modRNA) หรือดีเอ็นเอ), เวกเตอร์ไวรัสที่ไม่ขยายพันธุ์, เพปไทด์, โปรตีนจากยีนลูกผสม, ไวรัสโควิดลดฤทธิ์ที่ยังเป็น และไวรัสโควิดเชื้อตาย[92][38][29][31]

เทคโนโลยีวัคซีนที่กำลังพัฒนาเพื่อโควิดหลายอย่างไม่เหมือนกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ใช้กันอยู่แล้ว แต่จัดเป็นของใหม่ที่ทำงานเฉพาะเจาะจงกับกลไกการแพร่เชื้อของโควิด[31][92][38][31]เทคโนโลยีที่ใช้ยังอาจเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการแอนติเจน และบางอย่างอาจมีประสิทธิผลดีกว่าในกลุ่มประชากรย่อยต่าง ๆ รวมทั้งคนชรา เด็ก หญิงมีครรภ์ และคนไข้ที่ภูมิต้านทานอ่อนแอ[38][31]

 
วัคซีนแคนดิเดตที่อาจสร้างโปรตีนของไวรัส SARS-CoV-2 แล้วทำให้ภูมิคุ้มกันตอบสนองรวมทั้ง (1) เอ็มอาร์เอ็นเอที่เข้ารหัสยีนของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้เซลล์สร้างโปรตีนของไวรัส (2) เป็นโปรตีนที่ผิวหุ้มไวรัสโควิด-19 ที่ผลิตจากยีนลูกผสม (3) เวกเตอร์ไวรัสที่มียีนของโควิด-19 ซึ่งทำให้เซลล์สร้างโปรตีนของไวรัส
 
ผังแสดงการทำงานของวัคซีนอาร์เอ็นเอ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ชนิดหนึ่งที่ใช้ในวัคซีนโควิด-19 รวมทั้งของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคและของบริษัทโมเดอร์นา เอ็มอาร์เอ็นเอ ซึ่งอาจบรรจุอยู่ในอนุภาคนาโนที่เป็นลิพิดจะเข้าไปในเซลล์แล้วได้การแปลรหัสเป็นโปรตีนของไวรัสโควิด-19 ซึ่งก่อการตอบสนองจากภูมิคุ้มกัน แล้วทำให้ภูมิคุ้มกันรู้จักโปรตีนของไวรัส เมื่อติดเชื้อโควิด-19 ในอนาคต ก็จะตอบสนองต่อเชื้อได้อย่างเข้มแข็งและรวดเร็ว
สถิติวัคซีนโควิด‑19 สำหรับเทคโนโลยีต่าง ๆ (ก.พ. 2021)[4]
เทคโนโลยี[I]แคนดิเดตที่กำลังทดลอง
ในมนุษย์
ที่ได้อนุมัติใน
อย่างน้อย 1 ประเทศ
ประเทศที่
อนุมัติให้ใช้
เวกเตอร์ไวรัสที่ไม่ขยายพันธุ์[II]354[III]455
ใช้อาร์เอ็นเอ[IV]363[III]242
ไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย[V]195[III]325
หน่วยย่อยโปรตีนของไวรัสโควิด-19[VI]804[III]12
ใช้ดีเอ็นเอ[VII]232[III]00
อนุภาคคล้ายไวรัส[VIII]19100
เวกเตอร์ไวรัสที่ยังขยายพันธุ์[IX]23000
ไวรัสโควิด-19 เป็น ๆ แต่ลดฤทธิ์แล้ว[X]4000
  1. มีวัคซีนแคนดิเดตหลายสิบชนิดที่ไม่ระบุเทคโนโลยี[4]
  2. Non-replicating viral vector
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 มีวัคซีนแคนดิเดตหนึ่งอย่างหรือมากกว่าในการทดลองระยะที่ 2 หรือ 2-3
  4. RNA-based
  5. Inactivated virus
  6. Protein subunit
  7. DNA-based
  8. Virus-like particle
  9. Replicating viral vector
  10. Live attenuated virus

วัคซีน

จนถึงวันที่ 21 ธันวาคม ประเทศ 17 ประเทศ[B]และสหภาพยุโรป[110]ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคคือ tozinameran เป็นการฉุกเฉินบาห์เรนยังอนุมัติให้วางตลาดขายฉุกเฉินสำหรับวัคซีน BBIBP-CorV ของบริษัทซิโนฟาร์ม[94]โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต่อมาก็ได้ทำเช่นกัน[95]ในสหราชอาณาจักรจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม คน 138,000 คนได้รับ tozinameran ในอาทิตย์แรกของโปรแกรมการฉีดวัคซีนของประเทศ[111]ในวันที่ 11 ธันวาคม 2020 องค์การอาหารและยาสหรัฐได้อนุญาตให้ใช้ tozinameran เป็นการฉุกเฉิน[112]อีกอาทิตย์ต่อมา ก็ให้อนุญาตเช่นกันกับวัคซีน mRNA-1273 ของบริษัทโมเดอร์นา จึงเป็นประเทศแรกที่อนุญาตให้ใช้วัคซีน 2 อย่างเป็นการฉุกเฉิน[113][114][115]

เซพีจัดระยะการพัฒนาวัคซีนเป็นสามกลุ่ม คือ (1) ระยะการสำรวจ (exploratory) คือการวางแผนและออกแบบวัคซีนโดยไม่มีการประเมินในสิ่งมีชีวิต (2) พรีคลินิก (preclinical) คือการประเมินในสิ่งมีชีวิตและเตรียมตัวผลิตสารประกอบเพื่อจะทดสอบในมนุษย์ หรือ (3) ที่เริ่มทดสอบความปลอดภัยในมนุษย์อาสาสมัครที่สุขภาพดีระยะที่ 1 แล้ว[38]จนถึงกลางเดือนกันยายน มีวัคซีนแคนดิเดต 321 อย่างที่ได้ยืนยันแล้วว่ากำลังทดลองทางคลินิก หรือว่าเป็นโครงการสำรวจหรือพรีคลินิก[38]

การทดลองระยะที่ 1 โดยหลักทดสอบความปลอดภัยและขนาดยาเป็นเบื้องต้นโดยให้ยาแก่อาสาสมัครสุขภาพดีเป็นสิบ ๆ คน ระยะที่ 2 ซึ่งทำหลังประสบความสำเร็จในระยะที่ 1 จะตรวจปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกัน, ขนาดของยา (คือตรวจประสิทธิศักย์โดยใช้ค่าวัดของสารบ่งชี้ทางชีวภาพ คือ biomarker) และผลที่ไม่พึงประสงค์ ปกติทำกับคนเป็นร้อย ๆ คน[116][117]การทดลองระยะ 1–2 ทดสอบความปลอดภัยและการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในเบื้องต้นโดยจะกำหนดขนาดที่ได้ผลให้แม่นยำด้วย[117]ส่วนการทดลองระยะที่ 3 ปกติจะมีอาสาสมัครมากกว่า มีกลุ่มควบคุม และทดสอบประสิทธิผลป้องกันโรคของวัคซีน (เป็นการทดลองแบบแทรกแซง คือ interventional) และจะเฝ้าสังเกตผลที่ไม่พึงประสงค์เมื่อใช้ขนาดยาที่ดีสุด[116][117]นิยามของความปลอดภัยของวัคซีน ประสิทธิศักย์ จุดยุติทางคลินิก (clinical endpoint) ในการทดลองระยะที่ 3 อาจต่างกันระหว่างบริษัทต่าง ๆ เช่นการนิยามระดับผลข้างเคียง การติดเชื้อ หรือการแพร่เชื้อ และว่า วัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิดแบบรุนแรงหรือแบบปานกลาง[118][119][120]

วัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว

ดูเพิ่มที่รายการขึ้นทะเบียนวัคซีน (ภาษาอังกฤษ)

องค์กรควบคุมของประเทศต่าง ๆ ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีน 11 ชนิดเป็นการฉุกเฉินในจำนวนนั้น 6 ชนิดได้รับอนุมัติจากองค์กรควบคุมที่องค์การอนามัยโลกจัดว่ามีระเบียบเคร่งครัด (stringent regulatory authorities) อย่างน้อย 1 แห่ง

วัคซีนที่อนุมัติเป็นการฉุกเฉินหรือให้ใช้ทั่วไป
วัคซีนแคนดิเดต
ผู้พัฒนา/ผู้ให้ทุน
ของประเทศเทคโนโลยีจำนวนโดส
ระยะห่าง
อุณหภูมิเก็บการทดลองก่อนวางตลาด
(จำนวนอาสาสมัคร)
การทดลองหลังวางตลาด
(จำนวนอาสาสมัคร)
แอสตร้าเซนเนก้า (Vaxzevria, Covishield)[121][a][b][125][126][127]

มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด, แอสตร้าเซนเนก้า, เซพี

สหราชอาณาจักร, สวีเดนอะดีโนไวรัสของชิมแปนซีที่แปลงเพื่อใช้เป็นเวกเตอร์ (ChAdOx1)[125]2 โดส
4-12 สัปดาห์[128]
2–8 °C[129]ระยะ 3 (30,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอกเพื่อตรวจประสิทธิศักย์ ความปลอดภัย และการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน[130]
สถานะ - ประสิทธิศักย์อยู่ที่ร้อยละ 76 หลังจากโดสแรกและร้อยละ 81 หลังจากโดสที่สองโดยฉีดห่างกัน 12 สัปดาห์หรือยิ่งกว่า[131]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค. 2020 – ส.ค. 2021, บราซิล (5,000),[132] สหราชอาณาจักร, อินเดีย[133]
ระยะ 4 (10,000)[134]
การรักษาที่ไม่ได้จัดกลุ่มโดยสุ่ม[c]
ช่วงเวลาและแหล่ง: กพ. 2021-ธค. 2024 ในเดนมาร์ก
ไฟเซอร์ (Comirnaty)[d][96][135][136]

ไบออนเทค, ไฟเซอร์

เยอรมนี สหรัฐอาร์เอ็นเอ (เอ็มอาร์เอ็นเอที่ดัดแปลงนิวคลีโอไซด์[e] หุ้มด้วยอนุภาคนาโนที่เป็นลิพิด)2 โดส
3-4 สัปดาห์[137][f]
−70±10 °C[g] (ตู้แช่แข็งพิเศษ)ระยะ 3 (43,998)[142]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก
สถานะ - ผลบวกที่พบจากการวิเคราะห์ในระหว่างการทดลองได้ประกาศเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2020[143] แล้วตีพิมพ์ในวันที่ 10 ธ.ค. 2020 โดยรายงานประสิทธิศักย์ทั่วไปถึงร้อยละ 95[144][145]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – พ.ย. 2020,[146][147] เยอรมนี สหรัฐ
ระยะ 4 (10,000)[134]
การรักษาที่ไม่ได้จัดกลุ่มโดยสุ่ม[c]
ช่วงเวลาและแหล่ง: กพ. 2021 – ธค. 2024 เดนมาร์ก
จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน[148][149]

Janssen Pharmaceutica (หน่วยงานของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน), BIDMC

สหรัฐ เนเธอร์แลนด์เวกเตอร์เป็นอะดีโนไวรัสลูกผสมที่ไม่ขยายพันธุ์ (Ad26)[150]1 โดส[151]2–8 °C[151]ระยะ 3 (40,000)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางสองฝ่าย มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก
สถานะ - ผลบวกจากการวิเคราะห์ในระหว่างการทดลองได้ประกาศในวันที่ 29 ม.ค. 2021 วัคซีนมีประสิทธิศักย์ป้องกันการติดโรคแบบมีอาการอ่อนจนถึงปานกลางร้อยละ 66 (ร้อยละ 64 ในแอฟริกาใต้จนถึงร้อยละ 72 ในสหรัฐ) และแบบมีอาการหนักร้อยละ 85[152][153]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – 2023, สหรัฐ อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี โคลอมเบีย เม็กซิโก เปรู ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ และยูเครน
BBIBP-CorV[154]

หน่วยงานของซิโนฟาร์ม คือ Beijing Institute of Biological Products

จีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cell)[154]2 โดส
3-4 สัปดาห์[155]
2–8 °C[156]ระยะ 3 (48,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำคู่ขนาน เพื่อตรวจความปลอดภัยและประสิทธิศักย์ในการป้องกันโรค
สถานะ - ผลการทดลองที่ตรวจสอบโดยผู้รู้เสมอกันระบุว่าวัคซีนมีประสิทธิศักย์ป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการที่ร้อยละ 78.1[157]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – ก.ค. 2021, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน จอร์แดน[158] อาร์เจนตินา[159] โมร็อกโก[160] เปรู[161]
โมเดอร์นา (Spikevax)[162][163]

โมเดอร์นา, NIAID, BARDA, เซพี

สหรัฐเอ็มอาร์เอ็นเอ (เอ็มอาร์เอ็นเอที่ดัดแปลงนิวคลีโอไซด์[e] หุ้มด้วยอนุภาคนาโนที่เป็นลิพิด)[164]2 โดส
4 สัปดาห์[165][f]
−20±5 °C[166]
(ตู้แช่แข็งยา)
ระยะ 3 (30,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอกเพื่อทดสอบประสิทธิศักย์ ความปลอดภัย และการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
สถานะ - ผลบวกที่พบจากการวิเคราะห์ในระหว่างการทดลองได้ประกาศเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2020[167] แล้วตีพิมพ์วันที่ 30 ธ.ค. 2020 โดยรายงานประสิทธิศักย์ของวัคซีนที่ร้อยละ 94.1[168]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – ต.ค. 2022, สหรัฐ
ระยะ 4 (10,000)[134]
การรักษาที่ไม่ได้จัดกลุ่มโดยสุ่ม[c]
ช่วงเวลาและแหล่ง: Feb 2021 – Dec 2024, Denmark
สปุตนิกวี (Gam-COVID-Vac)

สถาบันวิจัยระบาดวิทยาและจุลชีววิทยากามาเลีย

รัสเซียเวกเตอร์เป็นอะดีโนไวรัสลูกผสมที่ไม่ขยายพันธุ์ (Ad5 และ Ad26)[169]2 โดส
3 สัปดาห์[170]
−18 °C[h]
(ตู้แช่แข็งยา)
ระยะ 3 (40,000)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางสองฝ่าย มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก เพื่อตรวจประสิทธิศักย์ การตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และความปลอดภัย[172]
สถานะ - การวิเคราะห์ผลการทดลองในระหว่างที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์เดอะแลนซิตระบุประสิทธิศักย์ของวัคซีนที่ร้อยละ 91.6 โดยไม่มีผลข้างเคียงเกินปกติ[173]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค. 2020 – พ.ค. 2021, รัสเซีย, เบลารุส,[174] อินเดีย,[175][176] เวเนซุเอลา,[177][178] สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์[179]
โคโรนาแว็ก[180][181][182]

ซิโนแว็ก

จีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cell)[180]2 โดส
2-4 สัปดาห์[183]
2–8 °C[184]ระยะ 3 (33,620)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางสองฝ่าย มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก เพื่อตรวจประสิทธิศักย์และความปลอดภัย
สถานะ - ผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ในตุรกีซึ่งได้ทบทวนโดยผู้รู้เสมอกันแล้วแสดงประสิทธิศักย์ที่ร้อยละ 83.5[185] งานศึกษาหนึ่งในชิลีแสดงประสิทธิศักย์ป้องกันร้อยละ 65 สำหรับการติดเชื้อที่แสดงอาการ, ร้อยละ 87 สำหรับการเข้า รพ., ร้อยละ 90 สำหรับการเข้าห้องไอซียู และร้อยละ 86 สำหรับการเสียชีวิต[186][187]

ส่วนงานในบราซิลระบุว่ามีประสิทธิศักย์ป้องกันร้อยละ 50.7 สำหรับการติดเชื้อที่แสดงอาการทั้งหมด, ร้อยละ 83.7 สำหรับการติดเชื้อที่มีอาการเบา และเต็มร้อยสำหรับการมีอาการหนัก[188]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – ต.ค. 2021, บราซิล (15,000);[189] ส.ค. 2020 - ม.ค. 2021, อินโดนีเซีย (1,620); ต.ค. – พ.ย. 2020, จีน (1,040);[190] พ.ย. 2020 – ม.ค. 2022[191], ชิลี (3,000);[192] เม.ย. 2021 – มิ.ย. 2022, ฟิลิปปินส์ (ระยะ 2-3: 352);[193] ก.ย. 2020 – ก.พ. 2021, ตุรกี (13,000)[194]

ระยะ 4 (37,867)[195][196]
การรักษา
ช่วงเวลาและแหล่ง: บราซิล ก.พ. 2021 – ก.พ. 2022, เมืองเซอร์ฮานา รัฐเซาเปาลู (27,711); มี.ค. 2021 – มี.ค. 2022, เมืองมาเนาส์ รัฐอามาโซนัส (10,156)
โคแว็กซิน (BBV152)

ภารตะไบโอเทค, สภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย

อินเดียไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cell)[197]2 โดส
4 สัปดาห์[198]
2–8 °C[198]ระยะ 3 (25,800)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางผู้สังเกตการณ์ มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก[199]
สถานะ - บริษัทรายงานว่า ผลระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 พบว่าวัคซีนมีประสิทธิศักย์ร้อยละ 78[200]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020–มี.ค. 2021, อินเดีย
ระยะ 4 (1,000)[201]
การรักษาที่ไม่ได้จัดกลุ่มโดยสุ่ม [c]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2021 – ธ.ค. 2021, อินเดีย
สปุตนิกไลท์

สถาบันวิจัยระบาดวิทยาและจุลชีววิทยากามาเลีย[202]

รัสเซียเวกเตอร์เป็นอะดีโนไวรัสลูกผสมที่ไม่ขยายพันธุ์ (Ad26)[203]1 โดส[203]2–8 °C[204]ระยะ 3 (7,000)[205]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย[203]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ. – ธ.ค. 2021, รัสเซีย (6,000)
Convidicea

แคนซิโนไบโอลอจิกส์, Beijing Institute of Biotechnology of the Academy of Military Medical Sciences[206]

จีนเวกเตอร์เป็นอะดีโนไวรัสลูกผสม (Ad5) [i][207]1 โดส[208]2–8 °C[208]ระยะ 3 (40,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำหลายศูนย์ทั่วโลก เพื่อตรวจประสิทธิศักย์ ความปลอดภัย และการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
สถานะ - ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 การวิเคราะห์ผลการทั่วโลกในระหว่างพบประสิทธิศักย์ของวัคซีนที่ร้อยละ 65.7 ต่อโรคโควิด-19 ที่มีอาการ และร้อยละ 90.98 สำหรับโรคอาการรุนแรง[208]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. – ธ.ค. 2020, จีน; ก.ย. 2020 – ธ.ค. 2021, ปากีสถาน; ก.ย. 2020 – ธ.ค. 2020, รัสเซีย,[206] จีน, อาร์เจนตินา, ชิลี;[209] เม็กซิโก;[210] ปากีสถาน;[211] ซาอุดีอาระเบีย[212][213]
WIBP-CorV

หน่วยงานของซิโนฟารม์ คือ Wuhan Institute of Biological Products

จีนวัคซีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cells)2 โดส
3 สัปดาห์[214][215][216]
2–8 °Cระยะ 3 (51,600)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย[217]
สถานะ - ผลงานการทดลองที่ได้ทบทวนโดยผู้รู้เสมอกันแล้วแสดงประสิทธิศักย์ป้องกันการติดเชื้อที่แสดงอาการที่ร้อยละ 72.8[157]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020 – มี.ค. 2021, บาห์เรน, อียิปต์, จอร์แดน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์[214]; ก.ย. 2020 – ก.ย. 2021, เปรู[215]; ก.ย. 2020 – ธ.ค. 2020, โมร็อกโก[218]
EpiVacCorona[219][220]

สถาบันเวกตอร์

รัสเซียหน่วยย่อยเพปไทด์ของไวรัสโควิด-19[j][219]2 โดส
3 สัปดาห์[219]
2–8 °C[221]ระยะ 3 (40,150 (ตามแผน), 3,000 (เริ่ม))[222]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย เพื่อประเมินประสิทธิศักย์ การตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และความปลอดภัย
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020 – ธ.ค. 2021, รัสเซีย (3,000)[223][224][225][226]
ZF2001 (ZIFIVAX)[4]

Anhui Zhifei Longcom Biopharmaceutical Co. Ltd.

จีนหน่วยย่อยโปรตีนแบบลูกผสมของไวรัสโควิด-19[k]3 โดส
30 วัน[227][228]
2–8 °C[229]ระยะ 3 (29,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย[227]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020 – เม.ย. 2022, จีน, เอกวาดอร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ปากีสถาน, อุซเบกิสถาน[230][231]
Abdala

BioCubaFarma, Center for Genetic Engineering and Biotechnology

คิวบาส่วนประกอบของไวรัสโควิด-19[l]3 โดส
2 สัปดาห์[232]
2–8 °C[233]ระยะ 3 (48,290)[234]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำในหลายศูนย์ อำพรางทั้งสองฝ่าย [232]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.-ก.ค. 2021, คิวบา
CoviVac[235]

The Chumakov Centre ที่วิทยาศาสตรบัณฑิตยสถานรัสเซีย

รัสเซียไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cells)[236]2 โดส
2 สัปดาห์[237]
2–8 °C[237]ระยะ 3 (32,000)[238]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย เพื่อตรวจประสิทธิศักย์และความปลอดภัย
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค. 2021 – ?, รัสเซีย (3,000)[239]
QazCovid-in (QazVac)[240]
Research Institute for Biological Safety Problems
คาซัคสถานไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย2 โดส
3 สัปดาห์[241]
2–8 °C[242]ระยะ 3 (3,000)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพราง[243]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021 – ก.ค. 2021, คาซัคสถาน[243]
Minhai COVID-19 vaccine (KCONVAC)

Minhai Biotechnology Co., Shenzhen Kangtai Biological Products Co. Ltd.

จีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย (เพาะใน vero cell)2 โดส
4 สัปดาห์[244]
2–8 °Cระยะ 3 (28,000)[244]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย.-พ.ย. 2021, จีน, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์
COVIran Barakat (COVIRAN)[245]

Barakat Pharmaceutical Group, Shifa Pharmed Industrial Group

อิหร่านไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย2 โดส
4 สัปดาห์[246]
2–8 °Cระยะ 3 (30,500)
ระยะ 2-3a (20,000) - การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำแบบคู่ขนาน[246]
ระยะ 3b (10,500)[247]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.-มิ.ย. 2021, อิหร่าน
Covidful (Chinese Academy of Medical Sciences COVID-19 vaccine)[248][249]

Chinese Academy of Medical Sciences, Institute of Medical Biology

จีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย2 โดส
2 สัปดาห์[249]
2–8 °Cระยะ 3 (34,020)
การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำที่ศูนย์เดียว อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: ม.ค.-ก.ย. 2021, บราซิล, มาเลเซีย
Soberana 02 (FINLAY-FR-2)

BioCubaFarma, Instituto Finlay de Vacunas

คิวบาส่วนประกอบของไวรัสโควิด-19[l] (คอนจูเกต)2 โดส
4 สัปดาห์[250]
2–8 °C[233]ระยะ 3 (44,010)[251][250]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำในศูนย์หลายศูนย์ ทำแบบคู่ขนาน อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.-พ.ค. 2021, คิวบา, อิหร่าน, เวเนซุเอลา[252]
ZyCoV-D[253]

Cadila Healthcare, Biotechnology Industry Research Assistance Council

อินเดียพลาสมิดของดีเอ็นเอที่แสดงออกโปรตีน S ของไวรัสโควิด-193 โดส
4 สัปดาห์[253][254]
2–8 °C[255]ระยะ 3 (30,000)[256][257]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพราง[258]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ม.ค.-พ.ค. 2021, อินเดีย[259]

การทดลองทางคลินิกในมนุษย์

วัคซีนแคนดิเดตป้องกันโรคโควิด-19 ที่กำลังทดลองในระยะ 1-3[4][260][79]
วัคซีนแคนดิเดต
ผู้พัฒนา/ผู้ให้ทุน
ประเทศกำเนิดเทคโนโลยีระยะทดลองปัจจุบัน (จำนวน)
รูปแบบการทดลอง
ระยะทดลองที่เสร็จแล้ว[m] (จำนวน)
การตอบสนองของภูมิคุ้มกัน/ผลไม่พึงประสงค์
รอการอนุมัติ
Novavax COVID-19 vaccine (Covovax)[261][262]

โนวาแวกซ์, เซพี

สหรัฐซับยูนิต[263][264][265]/อนุภาคคล้ายไวรัส[266][267] (อนุภาคนาโนของหน่วยย่อยโปรตีนหนามลูกผสมของไวรัสโควิด-19 บวกกับตัวเสริม)ระยะ 3 (49,600)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางผู้สังเกตการณ์ มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก[268]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ย. 2020 – ม.ค. 2021, สหราชอาณาจักร (15,000); ธ.ค. 2020 – มิ.ย. 2023, สหรัฐ เม็กซิโก ปวยร์โตรีโก (33,000)[269] อินเดีย (ระยะ 1/2: 1,600)[270][271]
ระยะ 1-2 (131)

การตอบสนองของสารภูมิต้านทานแบบกำจัดฤทธิ์และ IgG เมื่อใช้ตัวเสริมและหลังจากฉีดยาเพิ่มผลไม่พึงประสงค์ - อาการเกิดในระยะสั้นและเบา คือเจ็บที่จุดฉีด ปวดหัว ล้า และปวดกล้ามเนื้อ[272]

Sanofi-GSK COVID-19 vaccine (VAT00008, Vidprevtyn)
Sanofi Pasteur [n], แกล็กโซสมิธไคลน์ (GSK)
ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักรซับยูนิต (โปรตีน S ลูกผสมของ SARS-CoV-2 ที่เติมตัวเสริม)ระยะ 3 (37,430)[284][285]
การทดลองระยะที่ 3 แบบมีกลุ่มคู่ขนาน ทำเป็นหลายระยะ อำพรางแบบปรับปรุงทั้งสองฝ่าย มีหลายกลุ่ม (multi-armed) เพื่อประเมินประสิทธิศักย์ ความปลอดภัย และการตอบสนองของภูมิคุ้มกันของวัคซีน SARS-CoV-2 แบบโปรตีนลูกผสมที่เติมยาเสริม 2 ชนิด คือสายพันธุ์เดียว (monovalent) หรือสองสายพันธุ์ (bivalent) สำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีและยิ่งกว่า
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค. 2021 – ม.ค. 2023, โคลอมเบีย สาธารณรัฐโดมินิกัน กานา ฮอนดูรัส อินเดีย (3,000) ญี่ปุ่น เคนยา[286] เม็กซิโก[287] ไนจีเรีย ปากีสถาน ศรีลังกา ยูกันดา สหรัฐ
ระยะ 1-2 (1,160)
ระยะ 1-2a (440) การทดสอบการตอบสนองทางภูมิคุ้รมกันและความปลอดภัยของวัคซีน (มียาเสริม หรือไม่มียาเสริม) ในอาสาสมัครสุขภาพดีอายุ 18 ปีและยิ่งกว่า[288]
Phase IIb (720): Immunogenicity and Safety of SARS-CoV-2 Recombinant Protein Vaccine With AS03 Adjuvant in Adults 18 Years of Age and Older.[289]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ย. 2020–เม.ย. 2022, สหรัฐ
CureVac COVID-19 vaccine (CVnCoV)[294]

CureVac, เซพี

เยอรมนีวัคซีนอาร์เอ็นเอแบบไม่ดัดแปลง[295]ระยะ 3 (44,433)[296][297][298][299][300]
ระยะ 2b/3 (มีอาสาสมัคร 39,693 คน) ทดสอบประสิทธิศักย์และความปลอดภัย ทำในศูนย์หลายศูนย์

ระยะ 3 (2,360+180+1,200+1,000=4,740 คน) เป็นการทดลองแแบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำที่ศูนย์หลายศูนย์ บางแห่งอำพรางผู้สังเกตการณ์ บางแห่งไม่อำพราง
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020–มิ.ย. 2022, อาร์เจนตินา เบลเยียม โคลอมเบีย สาธารณรัฐโดมินิกัน ฝรั่งเศส เยอรมนี เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ ปานามา เปรู เสปน[301]

ระยะ 1-2 (944)[294][302]
ระยะ 1 (284): การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุม อำพรางผู้สังเกตการณ์บางส่วน โดยเพิ่มขนาดยา (dose-escalation) เพื่อทดสอบการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันและผลที่ไม่พึงประสงค์

ระยะ 2a (660): การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุม อำพรางผู้สังเกตการณ์บางส่วน ทำที่ศูนย์หลายศูนย์ เพื่อยืนยันขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย 2020–ต.ค. 2021, เบลเยียม (ระยะ 1), เยอรมนี (ระยะ 1), ปานามา (2a), เปรู (2a)

CoVLP[305][306]

Medicago, แกล็กโซสมิธไคลน์

แคนาดา สหราชอาณาจักรอนุภาคคล้ายไวรัสที่มีอาร์เอ็นเอลูกผสมที่ทำในพืช[o] และใช้ตัวเสริม AS03 จากแกล็กโซสมิธไคลน์ระยะ 2-3 (30,918)
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางผู้สังเกตการณ์ มีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก และ event-driven[308]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020–ธ.ค. 2021, บราซิล แคนาดา สหราชอาณาจักร สหรัฐ
ระยะ 1 (180)
สถานะ - เกิดสารภูมิต้านทานแบบกำจัดฤทธิ์ในวันที่ 42 หลังการฉีดยาครั้งที่ 1 (วันที่ 21 หลังฉีดยาครั้งที่ 2) ในระดับเป็น 10 เท่าของผู้รอดชีวิตจากการติดโรคโควิด[309][310]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020–ก.ย. 2021, แคนาดา[311]
ภาวะฉุกเฉิน (1)
Valneva COVID-19 vaccine (VLA2001)[313][314]

Valneva

ฝรั่งเศสไวรัสโควิด-19 เชื้อตายระยะ 3 (4,769)[315][316][317]
ระยะ 3 (4,019+750) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม อำพรางผู้สังเกตการณ์ non-inferiority
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย.-ธ.ค. 2021, นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร
ระยะ 1-2 (3,039)
ระยะ 1/2 (153 คน) การทดลองแบบสุ่ม อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์

ระยะ 2 (2,886 คน) การทดลองแบบสุ่มเพื่อตรวจการตอบสนองของภูมิคุ้มกันและผลไม่พึงประสงค์สำหรับการฉีดวัคซีนบูสต์เพื่อป้องกันสายพันธุ์โควิด-19ดั้งเดิมและสายพันธุ์ใหม่ ๆ[318]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020-มิ.ย. 2021, สหราชอาณาจักร

Nanocovax[321]

Nanogen Pharmaceutical Biotechnology JSC

เวียตนามวัคซีนซับยูนิตเป็นโปรตีนหนามของ Sars-Cov-2 ลูกผสม[p]โดยเพิ่มตัวเสริมเป็นอลูมินัม[322][323]ระยะ 3 (13,000)[324][325]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำที่ศูนย์หลายศูนย์ ปรับได้ (Adaptive)
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย. 2021–ก.ค. 2022, เวียดนาม
ระยะ 1-2 (620)[326]
ระยะ 1 (60 คน) ไม่อำพราง โดยเพิ่มจำนวนโดส

ระยะ 2 (560 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020–มิ.ย. 2021, เวียดนาม

ภาวะฉุกเฉิน (1)
UB-612

United Biomedical,Inc, Vaxxinity, Diagnosticos da America

บราซิล สหรัฐวัคซีนซับยูนิต (Multitope peptide based S1-RBD-protein based vaccine)ระยะ 3 (18,320)[328][329]
ระยะ 2b/3 (7,320 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์ และศึกษากาตอบสนองต่อโดส (Dose-Response)

ระยะ 3 (11,000 คน)
ช่วงเวลาและแหล่ง: ม.ค. 2021–มี.ค. 2023, ไต้หวัน (ระยะ 2b/3) อินเดีย (ระยะ 3)[330]

ระยะ 1-2 (3,910)[331]
ระยะ 1 (60): การศึกษาแบบไม่อำพราง/ไม่ปิด

ระยะ 2 (3,850 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ย. 2020–ม.ค. 2021, ไต้หวัน

ภาวะฉุกเฉิน (1)
TURKOVAC

สถาบันสุขภาพตุรกี

ตุรกีไวรัสโควิด-19 เชื้อตายระยะ 3 (40,800)[333]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้วัคซีนอื่น (active-controlled) อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย 2021–ก.ย. 2021, ตุรกี
ระยะ 1-2 (294)[334][335]
ระยะ 1 (44 คน) การทดลองเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและการก่อภูมิคุ้มกันของวัคซีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย คือ ERUCOV-VAC โดยมีขนาดสองขนาด ฉีดเข้ากล้ามเนื้อสองครั้งแก่อาสาสมัครที่มีสุขภาพดี เป็นงานศึกษาแลลมีกลุ่มควบคุมที่ให้ยาหลอก

ระยะ 2 (250 คน) การทดลองเพื่อระบุประสิทธิศักย์ การตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และความปลอดภัยของวัคซีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย คือ ERUCOV-VAC โดยมีขนาดสองขนาด เป็นการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020–เม.ย. 2021, ตุรกี

West China Hospital COVID-19 vaccine

Jiangsu Province Centers for Disease Control and Prevention, West China Hospital (WestVac Biopharma), Sichuan University

จีนวัคซีนซับยูนิต (เป็นโปรตีนลูกผสมที่เพาะใน Sf9 cell)ระยะ 3 (40,000)[336]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก มีศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย. 2021–ก.พ. 2022, อินโดนีเซีย เคนยา ฟิลิปปินส์
ระยะ 1-2 (5,128)[337][338][339]
ระยะ 1 (168 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำที่ศูนย์เดียว

ระยะ 2a (960 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์เดียวระยะ 2b (4,000 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์เดียว
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค. 2020-พ.ค. 2021, จีน

SCB-2019[340][341]

Clover Biopharmaceuticals[342][343], Dynavax Technologies[344], เซพี

จีนวัคซีนซับยูนิตเป็นโปรตีนหนามของไวรัสโควิด-19 (spike protein trimeric subunit) โดยเติมตัวเสริมคือ CpG 1018 และอลูมิเนียมระยะ 3 (29,300)
ระยะ 2/3 (29,000 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม อำพรางทั้งสองฝ่าย

ระยะ 3 (300 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม อำพรางทั้งสองฝ่าย[345]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021–ต.ค. 2022, เบลเยียม บราซิล โคลอมเบีย สาธารณรัฐโดมินิกัน เยอรมนี เนปาล ปานามา ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ แอฟริกาใต้ ยูเครน

ระยะ 1-2 (950)
ระยะ 1 (150 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย

ระยะ 2 (800 คน) การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุม อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์[346]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย. 2020–ต.ค. 2021, ออสเตรเลีย (ระยะ 1) จีน (ระยะ 2)

Walvax COVID-19 vaccine (ARCoV)[347]

PLA Academy of Military Science, Walvax Biotech[348], Suzhou Abogen Biosciences

จีนวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 3 (28,000)[349]
การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค.–พ.ย. 2021, จีน[350] มาเลเซีย เม็กซิโก เนปาล
ระยะ 1-2 (908)
ระยะ 1 (168 คน)

ระยะ 2 (420 คน) ระยะ 1/2 (320 คน)[351]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย. 2020–ต.ค. 2021, จีน[352]

COVAX-19 (SpikoGen)[353]

Vaxine Pty Ltd[354], Cinnagen[355]

ออสเตรเลีย อิหร่านวัคซีนซับยูนิต (โปรตีนลูกผสม[q])ระยะ 3 (16,876)[356]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย มีแขนสองข้าง (two-armed)
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค.–ก.ย. 2021, อิหร่าน
ระยะ 1-2 (440)[357]
ระยะ 1 (40 คน)

ระยะ 2 (400 คน) การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย มีแขนสองข้าง (Two-armed)[358]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย. 2020–ก.ค. 2021, แอดิเลด (ออสเตรเลีย) อิหร่าน

GRAd-COV2[359][360]

ReiThera, Lazzaro Spallanzani National Institute for Infectious Diseases

อิตาลีวัคซีนอะดีโนไวรัสของชิมแปนซีที่ดัดแปลง (มีรหัสว่า GRAd) เพื่อเป็นเวกเตอร์ระยะ 3 (10,300)[361][362]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์ สุ่มตัวอย่างแบบเป็นชั้น (stratified)
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.–ต.ค. 2021, อิตาลี


ระยะ 1 (90)[363]
อาสาสมัคร (มี 2 กลุ่มแบ่งตามวัยคือ 18-55 ปีและ 65-85 ปี) จัดโดยสุ่มให้ได้รับวัคซีนซึ่งให้เพิ่มขึ้น ๆ หนึ่งในสามอย่าง หรือให้ยาหลอก แล้วตรวจติดตามเป็นเวลา 24 สัปดาห์ อาสาสมัครร้อยละ 92.5 ที่ได้วัคซีนเกิดสารภูมิต้านทาน
แหล่ง: กรุงโรม
ช่วงเวลา: ส.ค.–ธ.ค. 2020
GBP510

SK Bioscience Co. Ltd., แกล็กโซสมิธไคลน์

เกาหลีใต้วัคซีนซับยูนิต (เป็นอนุภาคนาโนโปรตีนลูกผสมและเติมตัวเสริม AS03)ระยะ 3 (4,000)[364]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้วัคซีนอื่น (active-controlled) อำพรางผู้สังเกตการณ์ มีกลุ่มคู่ขนาน ทำที่ศูนย์หลายศูนย์[365]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค. 2021-มี.ค. 2022, เกาหลีใต้
ระยะ 1-2 (580)[366][367]
ระยะ 1-2 (260-320 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์ ตรวจหาขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.–ส.ค. 2021, เกาหลีใต้
Bio E COVID-19 (Corbevax)[368][369][370]
Biological E. Limited, Baylor College of Medicine,[371]

เซพี

อินเดีย สหรัฐวัคซีนซับยูนิต (ประกอบด้วยแอนติเจนชนิดหนึ่ง)ระยะ 3 (1,268)[372]
ระยะ 2b/3 การศึกษาตามแผน (prospective) ทำที่ศูนย์หลายศูนย์ มีแขนข้างเดียว[373]
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย.–ส.ค. 2021, อินเดีย
ระยะ 1-2 (360)[374]
การทดลองแบบสุ่ม มีกลุ่มคู่ขนาน
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020–ก.พ. 2021, อินเดีย
Inovio COVID-19 Vaccine (INO-4800)[375][376]

Inovio Pharmaceuticals, เซพี, สถาบันสุขภาพแห่งชาติเกาหลี, International Vaccine Institute

เกาหลีใต้ สหรัฐว้คซีนดีเอ็นเอ (พลาสมิดของดีเอ็นเอส่งด้วยวิธี electroporation[r])ระยะ 2-3 (6,578)
ระยะ 2/3 (6,578 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำที่ศูนย์หลายศูนย์[379]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020–ก.ย. 2022, สหรัฐ (ระยะ 2/3)[s]
ระยะ 1-2 (920)
ระยะ 1a (120 คน) การทดลองแบบไม่อำพราง

ระยะ 1b-2a (160 คน) การทดลองแบบหาขนาดยา[380]ระยะ 2 (640 คน) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย หาขนาดยา[381]
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย. 2020–ก.พ. 2022, จีน (ระยะ 2) เกาหลีใต้ (ระยะ 1b-2a), สหรัฐ

AG0302-COVID‑19[382][383]
AnGes Inc.,[384]

Japan Agency for Medical Research and Development

ญี่ปุ่นวัคซีนดีเอ็นเอ (พลาสมิด)ระยะ 2-3 (500)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย[385]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020–เม.ย. 2021, ญี่ปุ่น
ระยะ 1-2 (30)
การทดลองทั้งแบบสุ่มและไม่สุ่ม ใช้วัคซีนสองโดส ทำที่ศูนย์เดียว
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย.–พ.ย. 2020, โอซากะ
202-CoV

Shanghai Zerun Biotechnology Co., Walvax Biotech

จีนวัคซีนซับยูนิตเป็นโปนตีนหนาม (CHO cell) บวกกับตัวเสริม CpG และอลูมิเนียม)ระยะ 2 (1,056)[386]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค.–ธ.ค. 2021, จีน
ระยะ 1 (144)[387]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค.–ธ.ค. 2021, จีน
V-01

Livzon Mabpharm, Inc.

จีนวัคซีนซับยูนิตเป็นโปรตีน fusion ลูกผสมของไวรัสโควิด-19ระยะ 2 (880)[388]
การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.–พ.ค. 2021, จีน
ระยะ 1 (180)[389]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์เดียว
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ.–มี.ค. 2021, จีน
DelNS1-2019-nCoV-RBD-OPT (DelNS1-nCoV-RBD LAIV)

Beijing Wantai Biological Pharmacy, University of Hong Kong

จีน ฮ่องกงวัคซีนเวกเตอร์ไวรัสที่ขยายพันธุ์ได้โดยรวมยีน RBD ของไวรัสโควิด-19ระยะ 2 (720)[390]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020–ธ.ค. 2021, จีน
ระยะ 1 (60)[391]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ย. 2020–ต.ค. 2021, จีน
Brilife (IIBR-100)[392]

สถาบันวิจัยชีวภาพอิสราเอล

อิสราเอลวัคซีนมีเวกเตอร์ไวรัสเป็น vesicular stomatitis virus (ลูกผสม)ระยะ 2-3 (550)[393]
ระยะ 2b/3 (550) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค.–ต.ค. 2021, อิสราเอล


ระยะ 1-2 (1,040)[394]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอกและเพิ่มขนาดยา ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ต.ค. 2020–พ.ค. 2021, อิสราเอล
Razi Cov Pars

Razi Vaccine and Serum Research Institute

อิหร่านวัคซีนซับยูนิตเป็นโปรตีนหนามลูกผสมของไวรัสโควิด-19ระยะ 2 (500)[395]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย มีกลุ่มคู่ขนาน 2 กลุ่ม
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย.–มิ.ย. 2021, อิหร่าน
ระยะ 1 (133)[396]
การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: ม.ค.–มี.ค. 2021, อิหร่าน
FAKHRAVAC (MIVAC)

Organization of Defensive Innovation and Research

อิหร่านวัคซีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตายระยะ 2 (500)[397]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม แบบกลุ่มคู่ขนาน อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย.–ก.ค. 2021, อิหร่าน
ระยะ 1 (135)[398]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย มีรูปแบบเป็น factorial design.
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.–เม.ย. 2021, อิหร่าน
ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

Ihsan Gursel, Scientific and Technological Research Council of Turkey

ตุรกีอนุภาคคล้ายไวรัสระยะ 2 (330)[399]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม เป็นกลุ่มคู่ขนาน อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย.–ก.ย. 2021, ตุรกี
ระยะ 1 (36)[400]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.–พ.ค. 2021, ตุรกี
COH04S1

City of Hope Medical Center

สหรัฐวัคซีนเวกเตอร์ไวรัสระยะ 2 (240)[401]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้วัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค. 2021–มิ.ย. 2023, แคลิฟอร์เนีย (สหรัฐ)
ระยะ 1 (129)[402]
การศึกษาหาขนาดวัคซีน
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020 – พ.ย. 2022, แคลิฟอร์เนีย
ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

มหาวิทยาลัยชิงหฺวา, Tianjin Medical University[403], Walvax Biotech

จีนวัคซีนเวกเตอร์ไวรัสระยะ 2 (180)[404]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค.–พ.ย. 2021, จีน
ระยะ 1 (30)[405]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค.–มิ.ย. 2021, จีน
ABNCoV2

Bavarian Nordic[406]มหาวิทยาลัยรัดเบาด์ไนเมเคิน

เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์อนุภาคคล้ายไวรัสระยะ 2 (150)[407]
การทดลองแบบไม่อำพราง เพิ่มขนาดยาเป็นลำดับ ทำที่ศูนย์เดียว
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค. 2021-2022, เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์
ระยะ 1 (42)[408]
การทดลองแบบไม่อำพราง เพิ่มขนาดยาเป็นลำดับ ทำที่ศูนย์เดียว
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.-ธ.ค. 2021, เนเธอร์แลนด์
ARCT-154 (VBC-COV19-154 ในเวียดนาม)[409][410][411]

Arcturus Therapeutics, Vinbiocare

สหรัฐ เวียดนามวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1-3 (21,000)
ระยะ 1/2/3 (100+300+600+20,000=21,000) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย[412][413]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค.-ต.ค. 2021, เวียดนาม[414]
พรีคลินิก
SCB-2020S

Clover Biopharmaceuticals[415]

จีนวัคซีนซับยูนิตระยะ 1-2 (150)[416]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม อำพรางผู้สังเกตการณ์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค. 2021–เม.ย. 2022, ออสเตรเลีย
พรีคลินิก
NDV-HXP-S (ButanVac, COVIVAC, HXP-GPOVac, Patria)

Icahn School of Medicine at Mount Sinai, Institute of Vaccines and Medical Biologicals[417], Butantan Institute, Laboratorio Avimex, National Council of Science and Technology, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน

บราซิล เม็กซิโก ไทย สหรัฐ เวียดนามใช้ไวรัส Newcastle disease virus (NDV) เป็นเวกเตอร์ (ที่แสดงออกโปรตีนหนามของไวรัสโควิด-19 ทั้งแบบมีตัวเสริม CpG 1018 และไม่มี) / หรือวัคซีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตายระยะ 1-2 (6,439)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021–พ.ค. 2022, บราซิล (5,394) เม็กซิโก (ระยะ 1: 90) ไทย (460)[418] เวียดนาม (495)[419][420]
พรีคลินิก
ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

National Vaccine and Serum Institute, Lanzhou Institute of Biological Products Co., Ltd., Beijing Zhong Sheng Heng Yi Pharmaceutical Technology Co., Ltd., Zhengzhou University

จีนวัคซีนซับยูนิต (เป็นโปรตีนลูกผสมเพาะด้วย CHO Cell)ระยะ 1-2 (3,580)[421]
ระยะ 1/2 การทดลองทางคลินิกเพื่อตรวจความปลอดภัย ความอดทนรับได้ และการตอบสนองของภูมิคุ้มกันของวัคซีนในผู้มีสุขภาพดีอายุ 3 ปีและยิ่งกว่า
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย. 2021–ต.ค. 2022, จีน
พรีคลินิก
ARCT-021[422][423]

Arcturus Therapeutics, Duke-NUS Medical School

สหรัฐ สิงคโปร์วัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1-2 (798)
ระยะ 1/2 (92) การทดลองแบบสุ่ม อำพรางทั้งสองฝ่าย

ระยะ 2 (600) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์ ทำในภูมิภาคหลายแห่ง ทำในศูนย์หลายศูนย์ กับผู้ใหญ่สุขภาพดีเพื่อตรวจสอบ ความปลอดภัย ผลข้างเคียง และการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน[424]ระยะ 2a (106) การทดลองแบบไม่อำพรางเพื่อขยายตรวจสอบความปลอดภัยและการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในระยะยาวเมื่อให้วัคซีนโดสเดียวแก่อาสาสมัครจากการทดลองแม่ที่ได้รับยาหลอกหรือไม่เกิด ตรวจเลือดเป็น seronegative[425]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค. 2020–เม.ย. 2022, Singapore, United States (phase IIa)

พรีคลินิก
VBI-2902[426]

Variation Biotechnologies

สหรัฐอนุภาคคล้ายไวรัสระยะ 1-2 (780)[427]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์ เพิ่มขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021-มิ.ย. 2022, แคนาดา
พรีคลินิก
ICC Vaccine[428]

Novavax

สหรัฐวัคซีนซับยูนิตระยะ 1-2 (640)[429]
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางผู้สังเกตการณ์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ย. 2021–มี.ค. 2022, ออสเตรเลีย
พรีคลินิก
Sanofi-Translate Bio COVID-19 vaccine (MRT5500)[430]

Sanofi Pasteur, Translate Bio

ฝรั่งเศส สหรัฐวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1-2 (333)[431]
การศึกษาแบบสุ่ม มีกลุ่มคู่ขนาน ทำเป็นลำดับ คือ sentinel cohort ตามด้วย full enrollment cohort ลำดับแรกเป็นการศึกษาแบบไม่อำพราง ทำเป็นขั้น ๆ เพิ่มขนาดยา เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของยา 2 ขนาดเมื่อฉีด 2 โดส ลำดับสองเป็นการศึกษาแบบอำพรางทั้ง 4 ฝ่ายเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในคนต่างอายุ 2 กลุ่ม โดยครึ่งหนึ่งได้รับวัคซีนโดสเดียว อีกครึ่งที่เหลือได้รับวัคซีนสองโดส
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021–ก.ย. 2022, ฮอนดูรัส สหรัฐ ออสเตรเลีย
พรีคลินิก
EuCorVac-19[432]

EuBiologics Co

เกาหลีใต้วัคซีนซับยูนิต (โปรตีนหนามลูกผสมของไวรัสโควิด-19 บวกกับตัวเสริม)ระยะ 1-2 (280)
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์ ตรวจสอบขนาดของยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ. 2021–มี.ค. 2022, ฟิลิปปินส์ (ระยะ 2) เกาหลีใต้ (ระยะ 1/2)
พรีคลินิก
RBD SARS-CoV-2 HBsAg VLP

SpyBiotech

สหราชอาณาจักรอนุภาคคล้ายไวรัสระยะ 1-2 (280)[433]
การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค. 2020-?, ออสเตรเลีย
พรีคลินิก
GX-19 (GX-19N)[434][435][436]

Genexine consortium[437][438], International Vaccine Institute

เกาหลีใต้วัคซีนดีเอ็นเอระยะ 1-2 (410)
ระยะ 1-2 (170+210+30) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก บางงานอำพรางทั้งสองฝ่าย บางงานไม่อำพราง มีแขนเดียว
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย. 2020–ก.ค. 2021, กรุงโซล
พรีคลินิก
AV-COVID-19

AIVITA Biomedical, กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย

สหรัฐ อินโดนีเซียDendritic cell vaccine (dendritic cell ของคนไข้เองที่ได้นำออกมาใส่โปรตีนหนามของไวรัสโควิด-19 โดยใส่เพิ่ม GM-CSF หรือไม่ใส่)ระยะ 1-2 (202)[439][440]
ปรับได้ (adaptive)
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020-ก.พ. 2022, อินโดนีเซีย (ระยะ 1) สหรัฐ (ระยะ 1/2)
พรีคลินิก
COVID-eVax

Takis Biotech

อิตาลีวัคซีนดีเอ็นเอ (injection followed by electroporation)ระยะ 1-2 (160)[441]
การทดลองแบบไม่อำพราง ทำที่ศูนย์หลายศูนย์

ระยะ 1 แบบเพิ่มขนาดยาระยะ 2 มีแขนเดียวหรือสองแขน สุ่มจัดกลุ่ม เพิ่มขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ.-ก.ย. 2021, อิตาลี

พรีคลินิก
BBV154[442]

Bharat Biotech[443]

อินเดียวัคซีนที่มีอะดีโนไวรัสเป็นเวกเตอร์ (พ่นจมูก)ระยะ 1-2 (175)[442][444]
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.–มิ.ย. 2021, อินเดีย
พรีคลินิก
ChulaCov19

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไทยวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1-2 (72)[445]
ระยะ 1 (72) การทดลองโดยเพิ่มขนาดยา ทำที่ศูนย์เดียว กับอาสาสมัคร 2 กลุ่ม คือ ผู้มีอายุระหว่าง 18-55 ปี และระหว่าง 56-75 ปี

ระยะ 2 การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์ ทำที่ศูนย์หลายศูนย์ เพื่อตรวจความปลอดภัย ผลข้างเคียง และการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในผู้มีสุขภาพดีอายุระหว่าง 18-75 ปี
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค.–ก.ย. 2021, ไทย

พรีคลินิก
COVID-19/aAPC[446]

Shenzhen Genoimmune Medical Institute[447]

จีนวัคซีนมีเล็นทิไวรัสเป็นเวกเตอร์[t] (with minigene modifying aAPCs)ระยะ 1 (100)[446]
Single group, open-label study to evaluate safety and immunity.
แหล่ง: เมืองเชินเจิ้น
ช่วงเวลา: ก.พ. 2020–ธ.ค. 2024
พรีคลินิก
LV-SMENP-DC[448]

Shenzhen Genoimmune Medical Institute[447]

จีนวัคซีนมีเล็นทิไวรัสเป็นเวกเตอร์[t] (with minigene modifying DCs)ระยะ 1-2 (100)[448]
Single-group, open label, multi-center study to evaluate safety and efficacy.
แหล่ง: เมืองเชินเจิ้น
ช่วงเวลา: มี.ค. 2020–ธ.ค. 2024
พรีคลินิก
ImmunityBio COVID-19 vaccine (hAd5)

ImmunityBio

สหรัฐวัคซีนเวกเตอร์ไวรัสระยะ 1-2 (540)[449][450][451][452][453]
การทดลองระยะ 1/2 เพื่อตรวจความปลอดภัย ผลข้างเคียง และการตอบสนองของภูมิคุ้มกันสำหรับวัคซีนบูสต์เสริมที่ฉีดใต้ผิวหนังและที่ให้ทางปาก วัคซีนเล็งเป้าที่โปรตีนหนามและ nucleocapsid ของไวรัสโควิด-19 และมุ่งเพิ่มภูมิคุ้มกันทางเซลล์ทีของอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีนสองโดส (Prime + Boost) ที่อนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินแล้ว
ช่วงเวลาและแหล่ง: ต.ค. 2020-ก.ย. 2021, แอฟริกาใต้ สหรัฐ
พรีคลินิก
HGC019[454]

Gennova Biopharmaceuticals, HDT Biotech Corporation[455]

อินเดีย สหรัฐวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 2-3 (4,400)[456]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก ตามแผน อำพรางผู้สังเกตการณ์ ทำที่ศูนย์หลายศูนย์เพื่อตรวจความปลอดภัย ความอดทนรับได้ และการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในผู้ใหญ่สุขภาพดี

ระยะ 2 (400)ระยะ 3 (4,000)
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ย. 2021-?, อินเดีย

ระยะ 1-2 (620)[457][458]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก หาขนาดยา มีกลุ่มคู่ขนาน ไขว้กลุ่ม ทำที่ศูนย์หลายศูนย์เพื่อตรวจความปลอดภัย ความอดทนรับได้ และการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในผู้หใญ่สุขภาพดี

ระยะ 1 (120) การศึกษาแบบไม่อำพรางกับผู้มีสุขภาพดีอายุ 18-70 ปี.ระยะ 2 (500) การศึกษาแบบอำพรางผู้สังเกตการณ์ในผู้มีสุขภาพดีอายุ 18-75 ปี
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย. 2021-ต.ค. 2021, อินเดีย

PTX-COVID19-B[459]

Providence Therapeutics

แคนาดาวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1 (60)[459][460]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ม.ค.-พ.ค. 2021, แคนาดา
พรีคลินิก
COVAC-2[461]

Vaccine and Infectious Disease Organization (University of Saskatchewan)

แคนาดาวัคซีนซับยูนิต (โปรตีนหนามของไวรัสโควิด-19 บวกกับตัวเสริม)ระยะ 1 (108)[461][462]
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางผู้สังเกตการณ์ เพิ่มขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ. 2021 – ต.ค. 2022, แฮลิแฟกซ์ (แคนาดา)
พรีคลินิก
COVI-VAC (CDX-005)[463]

Codagenix Inc.

สหรัฐวัคซีนเชื้อลดฤทธิ์ระยะ 1 (48)[464]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย เพิ่มขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020-มิ.ย. 2021, สหราชอาณาจักร
พรีคลินิก
CoV2 SAM (LNP)

แกล็กโซสมิธไคลน์

สหราชอาณาจักรวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1 (40)[465]
การทดลองแบบไม่สุ่ม ไม่อำพราง เพิ่มขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ.-มิ.ย. 2021, สหรัฐ
พรีคลินิก
COVIGEN[466]

Bionet Asia, Technovalia, มหาวิทยาลัยซิดนีย์

ออสเตรเลีย ไทยวัคซีนดีเอ็นเอระยะ 1 (150)[467]
การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย หาขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ. 2021-มิ.ย. 2022, ออสเตรเลีย ไทย
พรีคลินิก
MV-014-212[468]

Meissa Vaccine Inc.

สหรัฐวัคซีนเชื้อลดฤทธิ์ระยะ 1 (130)[469]
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021-ต.ค. 2022, United States
พรีคลินิก
S-268019

Shionogi

ญี่ปุ่นวัคซีนซับยูนิตระยะ 1-2 (300)[470]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย มีกลุ่มคู่ขนาน
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020-มิ.ย. 2022, ญี่ปุ่น
พรีคลินิก
KBP-201

Kentucky Bioprocessing

สหรัฐวัคซีนซับยูนิตระยะ 1-2 (180)[471]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์ มีกลุ่มคู่ขนาน
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020-พ.ค. 2022, สหรัฐ
พรีคลินิก
AdCLD-CoV19

Cellid Co

เกาหลีใต้วัคซีนเวกเตอร์ไวรัสระยะ 1-2 (150)[472]
ระยะ 1 การทดลองแบบไม่อำพราง เพิ่มขนาดยา ทำที่ศูนย์เดียว

ระยะ 2a การทดลองแบบสุ่ม ไม่อำพราง ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020-ก.ค. 2021, เกาหลีใต้

พรีคลินิก
AdimrSC-2f

Adimmune Corporation

ไต้หวันวัคซีนซับยูนิต (Recombinant RBD +/− Aluminium)ระยะ 1 (70)[473]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ไม่อำพราง หาขนาดยา ทำที่ศูนย์เดียว
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค.-พ.ย. 2020, ไต้หวัน
พรีคลินิก
AKS-452

University Medical Center Groningen

เนเธอร์แลนด์วัคซีนเป็นเวกเตอร์ซับยูนิตระยะ 1-2 (130)[474]
การทดลองแบบไม่สุ่ม ไม่อำพราง ทำที่ศูนย์เดียว combinatorial
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย.-มิ.ย. 2021, เนเธอร์แลนด์
พรีคลินิก
GLS-5310

GeneOne Life Science Inc.

เกาหลีใต้วัคซีนดีเอ็นเอระยะ 1-2 (345)[475]
การทดลองแบบรวมระยะ 1 (เพิ่มขนาดยา) และ 2a (อำพรางทั้งสองฝ่าย) แบบสุ่ม ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020-ก.ค. 2022, เกาหลีใต้
พรีคลินิก
Covigenix VAX-001

Entos Pharmaceuticals Inc.

แคนาดาวัคซีนดีเอ็นเอระยะ 1-2 (72)[476]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์ หาขนาดยา และปรับได้
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.-ส.ค. 2021, แคนาดา
พรีคลินิก
NBP2001

SK Bioscience Co. Ltd.

เกาหลีใต้วัคซีนซับยูนิต (โปรตีนลูกผสมบวกกับตัวเสริมประเภทอลูมิเนียม)ระยะ 1 (50)[477]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์ เพิ่มขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020-เม.ย. 2021, เกาหลีใต้
พรีคลินิก
CoVac-1

University of Tübingen

เยอรมนีวัคซีนซับยูนิต (เพปไทด์)ระยะ 1-2 (104)[478][479]
ระยะ 1 (36) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์ เพิ่มขนาดยา

ระยะ 1/2 (68) การทดลองเพื่อตรวจความปลอดภัย และการตอบสนองของภูมิคุ้มกันของผู้ที่มีความบกพร่องทางแอนติบอดีหรือ Bcell
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020-ก.พ. 2022, เยอรมนี

พรีคลินิก
bacTRL-Spike

Symvivo

แคนาดาวัคซีนดีเอ็นเอระยะ 1 (24)[480]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2020-ก.พ. 2022, ออสเตรเลีย
พรีคลินิก
CORVax12

Providence Health & Services

สหรัฐวัคซีนดีเอ็นเอระยะ 1 (36)[481]
การทดลองแบบไม่สุ่ม ไม่อำพราง มีกลุ่มคู่ขนาน เพื่อตรวจความปลอดภัยของวัคซีน 2 โดสที่ฉีดห่างกัน 4 สัปดาห์โดยมี/หรือไม่มีตัวเพิ่มคือ electroporated IL-12p70 plasmid ในคน 2 กลุ่มแบ่งโดยวัย คือ กลุ่มอายุ 18-50 ปี และกลุ่มอายุมากกว่า 50 ปี
ช่วงเวลาและแหล่ง: ธ.ค. 2020-ก.ค. 2021, สหรัฐ
พรีคลินิก
ChAdV68-S (SAM-LNP-S)

สถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐ, Gritstone Oncology

สหรัฐวัคซีนเวกเตอร์ไวรัสระยะ 1 (150)[482]
การทดลองแบบไม่อำพราง มีกลุ่มคู่ขนาน เพิ่มขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021-ก.ย. 2022, สหรัฐ
พรีคลินิก
VXA-CoV2-1 (VXA-NVV-104)

Vaxart

สหรัฐวัคซีนเวกเตอร์ไวรัสระยะ 1 (83)[483][484]
ระยะ 1a (35) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย

ระยะ 1b (48) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ย. 2020-ส.ค. 2021, สหรัฐ

พรีคลินิก
SpFN COVID-19 vaccine

United States Army Medical Research and Development Command

สหรัฐวัคซีนซับยูนิตระยะ 1 (72)[485]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย. 2021-ต.ค. 2022, สหรัฐ
พรีคลินิก
MVA-SARS-2-S (MVA-SARS-2-ST)

University Medical Center Hamburg-Eppendorf

เยอรมนีวัคซีนเวกเตอร์ไวรัสระยะ 1-2 (270)[486][487]
ระยะ 1 (30) การทดลองแบบเปิด ทำที่ศูนย์เดียว

ระยะ 1b/2a (240) การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ทำที่ศูนย์หลายศูนย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: ต.ค. 2020-มี.ค. 2022, เยอรมนี

พรีคลินิก
ReCOV

Jiangsu Rec-Biotechnology Co Ltd

จีนวัคซีนซับยูนิต (โปรตีนลูกผสมรวมโปรตีนหนามและ RBD เพาะใน CHO cell)ระยะ 1 (160)[488]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย หาขนาดยา เป็นระยะแรกที่ทดลองในมนุษย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย.-ก.ค. 2021, นิวซีแลนด์
พรีคลินิก
Koçak-19 Inaktif Adjuvanlı COVID-19 vaccine

Kocak Farma

ตุรกีวัคซีนซึ่งใช้ไวรัสโควิด-19 ที่ฆ่าแล้วระยะ 1 (38)[489]
การศึกษาระยะที่ 1 เพื่อตรวจความปลอดภัยและการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนในขนาดต่าง ๆ กัน ซึ่งฉีดเข้าในกล้ามเนื้อของอาสาสมัครสุขภาพดี เป็นการทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.-มิ.ย. 2021, ตุรกี
พรีคลินิก
mRNA-1283

โมเดอร์นา

สหรัฐวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1 (125)[490]
การทดลองแบบสุ่ม อำพรางผู้สังเกตการณ์ หาขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021-เม.ย. 2022, สหรัฐ
พรีคลินิก
DS-5670[491]

Daiichi Sankyo[492]

ญี่ปุ่นวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1-2 (152)[493]
การศึกษาระยะที่ 1/2 เพื่อตรวจความปลอดภัยและการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนในอาสาสมัครญี่ปุ่นผู้ใหญ่และคนชราผู้มีสุขภาพดี
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021-ก.ค. 2022, ญี่ปุ่น
พรีคลินิก
CoV2-OGEN1

Syneos Health, US Specialty Formulations

สหรัฐวัคซีนซับยูนิตระยะ 1 (45)[494]
การทดลองระยะแรกในมนุษย์
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย.-ธ.ค. 2021, นิวซีแลนด์
พรีคลินิก
KD-414

KM Biologics Co

ญี่ปุ่นวัคซีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตายระยะ 1-2 (210)[495]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย มีกลุ่มคู่ขนาน[496]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021-ธ.ค. 2022, ญี่ปุ่น
พรีคลินิก
CoVepiT

OSE Immunotherapeutics

ฝรั่งเศสวัคซีนซับยูนิตระยะ 1 (48)[497][498]
การทดลองแบบสุ่ม ไม่อำพราง
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย.-ก.ย. 2021, ฝรั่งเศส
พรีคลินิก
HDT-301

Senai Cimatec

บราซิลวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1 (78)[499]
การทดลองแบบสุ่ม ไม่อำพราง หาขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย.-ก.ย. 2021, บราซิล
พรีคลินิก
SC-Ad6-1

Tetherex Pharmaceuticals

สหรัฐเวกเตอร์ไวรัสระยะ 1 (40)[500]
การทดลองระยะแรกในมนุษย์ ไม่อำพราง หาขนาดยา ฉีดโดสเดียวหรือสองโดส
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย-ธ.ค. 2021, ออสเตรเลีย
พรีคลินิก
ยังไม่ตั้งชื่อ

Osman ERGANIS, Scientific and Technological Research Council of Turkey

ตุรกีวัคซีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตายระยะ 1 (50)[501]
การศึกษาระยะที่ 1 เพื่อตรวจความปลอดภัยและประสิทธิศักย์ของวัคซีนเชื้อตายบวกยาเสริมเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ในอาสาสมัครสุขภาพดี ฉีดใต้ผิวหนัง แบ่งเป็นสองกลุ่มที่ใช้ยาขนาดไม่เท่ากัน
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย.-ต.ค. 2021, ตุรกี
พรีคลินิก
EXG-5003

Elixirgen Therapeutics, Fujita Health University

ญี่ปุ่น สหรัฐวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1-2 (60)[502]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย. 2021-ม.ค. 2023, ญี่ปุ่น
พรีคลินิก
mRNACOVID-19 Vaccine

Stemirna Therapeutics Co. Ltd.

จีนวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1 (240)[503]
การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค.-ก.ค. 2021, จีน
พรีคลินิก
IVX-411

Icosavax, Seqirus Inc.

สหรัฐอนุภาคคล้ายไวรัสระยะ 1-2 (168)[504][505]
ระยะ 1/2 (84) การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางผู้สังเกตการณ์
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย. 2021-2022, ออสเตรเลีย
พรีคลินิก
QazCoVac-P[506]

Research Institute for Biological Safety Problems

คาซัคสถานวัคซีนซับยูนิตระยะ 1-2 (244)[507]
ระยะ 1 การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม อำพราง

ระยะ 2 การทดลองแบบสุ่ม ไม่อำพราง
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย.-ธ.ค. 2021, คาซัคสถาน

พรีคลินิก
LNP-nCOV saRNA-02

MRC/UVRI & LSHTM Uganda Research Unit

ยูกันดาวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1 (42)[508]
การทดลองเพื่อตรวจความปลอดภัยและการตอบสนองของภูมิต้านทานซึ่งเป็นวัคซีนแบบ Self-amplifying Ribonucleic Acid ในอาสาสมัครชาวยูกันดาทั้งที่มีภูมิและไม่มีภูมิต้าทานไวรัสโควิด-19
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ย. 2021-มิ.ย. 2022, Uganda
พรีคลินิก
Noora[509]

Baqiyatallah University of Medical Sciences

อิหร่านวัคซีนซับยูนิต (โปรตีน RBD ลูกผสม)ระยะ 1 (70)[510]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย.-ส.ค. 2021, อิหร่าน
พรีคลินิก
Baiya SARS-CoV-2 Vax 1[511]

Baiya Phytopharm Co Ltd.

ไทยวัคซีนซับยูนิตที่เพาะในพืช (เป็นโปรตีน RBD-Fc บวกกับยาเสริม)ระยะ 1 (96)[512]
การทดลองแบบสุ่ม ไม่อำพราง หาขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ย.-ธ.ค. 2021, Thailand
พรีคลินิก
CVXGA1

CyanVac LLC

สหรัฐเวกเตอร์ไวรัสระยะ 1 (80)[513]
ไม่อำพราง
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค.-ธ.ค. 2021, สหรัฐ
พรีคลินิก
ยังไม่ตั้งชื่อ

St. Petersburg Scientific Research Institute of Vaccines and Sera of Russia at the Federal Medical Biological Agency

รัสเซียวัคซีนซับยูนิต (โปรตีนลูกผสม)ระยะ 1-2 (200)[514]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค.-? 2021, รัสเซีย
พรีคลินิก
LVRNA009

Liverna Therapeutics Inc.

จีนวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1 (24)[515]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค.-พ.ย. 2021, จีน
พรีคลินิก
PHH-1V

Hipra[516]

สเปนวัคซีนซับยูนิตระยะ 1-2 (30)[517]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม อำพรางผู้สังเกตการณ์ หาขนาดยา
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค.-พ.ย. 2021, สเปน
พรีคลินิก
Versamune-CoV-2FC

Farmacore Biotechnology, PDS Biotechnology Corporation, Faculty of Medicine of Ribeirão Preto

บราซิล สหรัฐวัคซีนซับยูนิตระยะ 1-2 (360)[518]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ย. 2021-มี.ค. 2022, บราซิล
พรีคลินิก
ยังไม่ตั้งชื่อ

North's Academy of Medical Science Medical biology institute

เกาหลีหนือวัคซีนซับยูนิต (โปรตีนหนามบวกกับ Angiotensin-converting enzyme 2)ระยะ 1-2 (?)[519]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.ค. 2020, เกาหลีหนือ
พรีคลินิก
ยังไม่ตั้งชื่อ

ซิโนฟาร์ม

จีนวัคซีนซับยูนิตระยะ 1-2 (?)[520]
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย. 2021-?, จีน
พรีคลินิก
Vabiotech COVID-19 vaccine

Vaccine and Biological Production Company No.1 (Vabiotech)

เวียดนามวัคซีนซับยูนิตพรีคลินิก
สถานะ - รอทำการทดลองระยะที่ 1[521]
?
INO-4802

Inovio Pharmaceuticals

สหรัฐวัคซีนดีเอ็นเอพรีคลินิก
สถานะ - รอทำการทดลองระยะที่ 1/2[522]
?
Bangavax (Bancovid)[523][524]

Globe Biotech Ltd of Bangladesh

บังกลาเทศวัคซีนอาร์เอ็นเอพรีคลินิก
สถานะ - รออนุมัติให้ทำการทดลองระยะแรก[525]
?
ยังไม่ตั้งชื่อ

Indian Immunologicals, Griffith University[526]

ออสเตรเลีย อินเดียวัคซีนเชื้อลดฤทธิ์พรีคลินิก ?
EPV-CoV-19[527]

EpiVax

สหรัฐวัคซีนซับยูนิต (T cell epitope-based protein)พรีคลินิก ?
CV2CoV[528]

CureVac, แกล็กโซสมิธไคลน์

เยอรมนี สหราชอาณาจักรวัคซีนอาร์เอ็นเอพรีคลินิก ?
DYAI-100[529]

Sorrento Therapeutics, Dyadic International, Inc.[530]

สหรัฐวัคซีนซับยูนิตพรีคลินิก ?
ยังไม่ตั้งชื่อ[531]

กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย, Malaysia Institute of Medical Research Malaysia, Universiti Putra Malaysia

มาเลเซียวัคซีนอาร์เอ็นเอพรีคลินิก ?
ARCT-165

Arcturus Therapeutics

สหรัฐวัคซีนอาร์เอ็นเอพรีคลินิก
สถานะ - รอการอนุมัติให้ทำาการทดลองระยะ 1/2[532]
?
AdCOVID

Altimmune Inc.

สหรัฐเวกเตอร์ไวรัสยกเลิกแล้ว (180)[533][534]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ. 2021-ก.พ. 2022, สหรัฐ
พรีคลินิก
LNP-nCoVsaRNA[535]

หน่วย Medical Research Council Clinical Trials Unit ที่อิมพิเรียลคอลเลจลอนดอน

สหราชอาณาจักรวัคซีนอาร์เอ็นเอระยะ 1 (105)
การทดลองระยะที่ 1 แบบสุ่มโดยทดลองเพิ่มขนาดยา (15) แล้วขยายเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย (อย่างน้อย 200)
แหล่ง: สหราชอาณาจักร
ช่วงเวลา: มิ.ย. 2020-ก.ค. 2021
พรีคลินิก
TMV-083

Institut Pasteur

ฝรั่งเศสเวกเตอร์ไวรัสยกเลิกแล้ว (90)[536]
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้ยาหลอก
ช่วงเวลาและแหล่ง: ส.ค. 2020-ก.ค. 2021, เบลเยียม ฝรั่งเศส
?
SARS-CoV-2 Sclamp/V451[537][538]

มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์, Syneos Health, เซพี, Seqirus (ส่วนของ CSL Limited)

วัคซีนซับยูนิต (โปรตีนหนามทำให้เสถียรด้วย molecular clamp บวกกับตัวเสริม MF59)ยกเลิกแล้ว (120)
การทดลองแบบสุ่มและใช้ยาหลอก อำพรางทั้งสองฝ่าย ตรวจหาขนาดยา
สถานะ - ได้ผลบวกลวงเมื่อตรวจไวรัสเอชไอวีในอาสาสมัคร
แหล่ง: บริสเบน
ช่วงเวลา: ก.ค.-ต.ค. 2020
?


V590[539] และ V591/MV-SARS-CoV-2[540]

เมอร์ค (Themis BIOscience), สถาบันปาสเตอร์, University of Pittsburgh's Center for Vaccine Research (CVR), เซพี

สหรัฐ ฝรั่งเศสวัคซีนที่ใช้ไวรัส Vesicular stomatitis เป็นเวกเตอร์[541] หรือ Measles morbillivirus เป็นเวกเตอร์[542]ยกเลิกแล้ว
สถานะ - การทดลองระยะที่ 1 พบการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในระดับอ่อนกว่าที่พบในการติดเชื้อจริง ๆ และที่พบในวัคซีนโควิด-19 อื่น [543]
  1. สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย (Serum Institute of India) จะเป็นผู้ผลิตวัคซีน ChAdOx1 nCoV-19 ให้แก่อินเดีย[122]ประเทศรายได้ต่ำและปานกลางอื่น [123]
  2. ชื่อใช้ที่มหาวิทยาลัยคือ ChAdOx1 nCoV-19 สถาบัน Oswaldo Cruz Foundation จะเป็นผู้ผลิตในบราซิล[124]
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 Interventional, non-randomised
  4. ใช้ชื่อว่า BNT162b2 เมื่อยังไม่ได้อนุมัติ
  5. 5.0 5.1 Nucleoside-modified messenger RNA, ตัวย่อ modRNA
  6. 6.0 6.1 นี่เป็นระยะห่างที่แนะนำแต่โดสที่สองของไฟเซอร์และโมเดอร์นาสามารถฉีดได้ช้าสุด 6 สัปดาห์หลังโดสแรกถ้าขาดแคลนวัคซีน[138][139]
  7. ของไฟเซอร์สามารถเก็บเป็นระยะยาวในอุณหภูมิระหว่าง −25 และ −15 องศาเซลเซียส (−13 และ 5 องศาฟาเรนไฮต์) จนถึง 2 สัปดาห์ก่อนจะใช้และระหว่าง 2 และ 8 องศาเซลเซียส (36 และ 46 องศาฟาเรนไฮต์) ได้จนถถึง 5 วันก่อนจะใช้[140][141]
  8. นี่เป็นอุณหภูมิที่ใช้เก็บ Gam-COVID-Vac สูตรแช่แข็งแต่สูตรทำแห้งเยือกแข็ง คือ Gam-COVID-Vac-Lyo สามารถเก็บไว้ระหว่างอุณหภูมิ 2-8 องศาสเซลเซียส[171]
  9. Recombinant adenovirus type 5 vector
  10. Subunit peptide
  11. Recombinant subunit vaccine
  12. 12.0 12.1 Subunit vaccine
  13. ระยะล่าสุดที่ได้ตีพิมพ์ผล
  14. เป็นแผนกวัคซีนของบริษัทยาซาโนฟี่
  15. อนุภาคคล้ายไวรัส (virus-like particles) ที่ก่อในพืชประจำถิ่นออสเตรเลีย Nicotiana benthamiana ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกันกับยาสูบ[307]
  16. recombinant spike protein
  17. Recombinant protein
  18. electroporation หรือ electropermeabilization หรือ electrotransfer เป็นเทคนิคทางจุลชีววิทยาที่ประกบสนามไฟฟ้ากับเซลล์เพื่อเพิ่มสภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์ จึงทำให้สารเคมี ยา หรือดีเอ็นเอเข้าไปในเซลล์ได้[377][378]
  19. ระยะ 1-2a ในเกาหลีใต้ทำพร้อมกับระยะ 2-3 ในสหรัฐ
  20. 20.0 20.1 Lentiviral vector vaccine

การฉีดวัคซีนบูสต์ชนิดเดียวกัน

ในเดือนกรกฎาคม 2021 องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) ได้ร่วมกันแถลงการณ์ว่า การฉีดวัคซีนบูสต์ยังไม่จำเป็นสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนตามสูตรแล้ว[544]โดยระบุด้วยว่า องค์กรต่าง ๆ ของรัฐรวมทั้ง FDA, CDC, และสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐมุ่งมั่นใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวดเพื่อพิจารณาว่า เมื่อไรจึงต้องฉีดวัคซีนบูสต์[544]ต่อมาในเดือนสิงหาคม FDA และ CDC จึงได้อนุมัติให้ฉีดวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอเป็นตัวบูสต์สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง[545][546]

การฉีดวัคซีนบูสต์ต่างชนิด

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเชื่อว่า การฉีดวัคซีนสองโดสต่างชนิดกัน (prime-boost vaccination) จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันเทียบกับการฉีดวัคซีนสองโดสเหมือนกัน โดยมีงานศึกษาที่กำลังตรวจสอบผลเช่นนี้อยู่[547]แม้จะยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเกี่ยวกับประสิทธิศักย์และความปลอดภัยของการฉีดวัคซีนไขว้เช่นนี้ แคนาดาและประเทศต่าง ๆ ในยุโรปต่างก็แนะนำให้ฉีดวัคซีนโดสที่สองต่างชนิดกันสำหรับบุคคลที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นโดสที่หนึ่ง[548]

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 กลุ่มวิจัยวัคซีนที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดได้เริ่มการทดลองซึ่งตรวจสอบการได้วัคซีนโควิด-19 สองโดสโดยต่างชนิด[549]ณ เดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ก็ได้ดำเนินไปถึงการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 แล้วโดยมีงานสองงาน คือ Com-COV และ Com-COV2[550]

งานทดลอง Com-COV เปรียบการฉีดวัคซีนไขว้คือ วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้ากับของไฟเซอร์-ไบออนเทค เทียบกับการฉีดวัคซีนสองชนิดสองเข็มประเภทเดียวกัน โดยมีระยะห่าง 28 วัน (4 สัปดาห์) หรือ 84 วัน (12 สัปดาห์) ระหว่างโดส[551][552][แหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่ไม่น่าเชื่อถือ?]ส่วนงานทดลอง Com-COV2 ฉีดวัคซีนโดสแรกซึ่งไม่เป็นของแอสตร้าเซนเนก้าก็เป็นของไฟเซอร์ ส่วนโดสที่สองเป็นของโมเดอร์นา หรือของโนวาแวกซ์ หรือเป็นวัคซีนชนิดเดียวกันกับโดสแรก โดยฉีดห่างกัน 56 วัน (8 สัปดาห์) หรือ 84 วัน (12 สัปดาห์)[553]

งานศึกษาอีกงานหนึ่งในสหราชอาณาจักรกำลังตรวจการฉีดบูสต์ซึ่งเลือกวัคซีนโดยสุ่ม วัคซีนอาจเป็นของแอสตร้าเซนเนก้า, ของไฟเซอร์, ของโมเดอร์นา, ของโนวาแวกซ์, VLA2001, CureVac, หรือของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน[554]

การฉีดวัคซีนไขว้ที่กำลังทดลองทางคลินิก
โดสแรกโดสสองตารางการฉีดระยะการทดลอง (จำนวนอาสาสมัคร), ช่วงเวลา และเขตที่ทำ
แอสตร้าเซนเนก้า
ไฟเซอร์
แอสตร้าเซนเนก้า
ไฟเซอร์
วันที่ 0 และ 28
วันที่ 0 และ 84
ระยะ 2 (820)[551]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ.-ส.ค. 2021, สหราชอาณาจักร
สปุตนิกไลท์แอสตร้าเซนเนก้า
ของโมเดอร์นา
ของซิโนฟาร์ม
ระยะ 2 (121)[555]
ช่วงเวลาและแหล่ง: ก.พ.-ส.ค. 2021, อาร์เจนตินา
แอสตร้าเซนเนก้า
ไฟเซอร์
แอสตร้าเซนเนก้า
ไฟเซอร์
โมเดอร์นา
โนวาแวกซ์
วันที่ 0 และ 56-84ระยะ 2 (1,050)[553]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มี.ค. 2021-ก.ย. 2022, สหราชอาณาจักร
ConvideciaZF2001วันที่ 0 และ 28
วันที่ 0 และ 56
ระยะ 4 (120)[556]
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย.-ธ.ค. 2021, จีน
แอสตร้าเซนเนก้าไฟเซอร์วันที่ 0 และ 28ระยะ 2 (676)[557]
ช่วงเวลาและแหล่ง: เม.ย. 2021-เม.ย. 2022, สเปน
แอสตร้าเซนเนก้า
ไฟเซอร์
โมเดอร์นา
ไฟเซอร์
โมเดอร์นา
วันที่ 0 และ 28
วันที่ 0 และ 112
ระยะ 2 (1,200)[558]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค. 2021-มี.ค. 2023, แคนาดา
ไฟเซอร์
โมเดอร์นา
ไฟเซอร์
โมเดอร์นา
วันที่ 0 และ 42ระยะ 2 (400)[559]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค. 2021-ม.ค. 2022, ฝรั่งเศส
แอสตร้าเซนเนก้าไฟเซอร์วันที่ 0 และ 28
วันที่ 0 และ 21-49
ระยะ 2 (3,000)[560]
ช่วงเวลาและแหล่ง: พ.ค.-ธ.ค. 2021, ออสเตรีย
จอห์นสันไฟเซอร์
จอห์นสัน
โมเดอร์นา
วันที่ 0 และ 84ระยะ 2 (432)[561]
ช่วงเวลาและแหล่ง: มิ.ย. 2021-ก.ย. 2022, เนเธอร์แลนด์

งานวิจัยพรีคลินิก

ในเดือนเมษายน องค์การอนามัยโลกแถลงการณ์โดยเป็นตัวแทนของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มต่าง ๆ ทั่วโลกว่าจะร่วมมือกันเพื่อเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด[562]โดยชักชวนองค์กรต่าง ๆ รวมทั้งองค์กรที่กำลังพัฒนาวัคซีนแคนดิเดต องค์กรควบคุมและตั้งนโยบายของรัฐ ผู้ให้เงินทุน องค์กรสาธารณสุข และรัฐบาล ให้ร่วมมือกันเพื่อให้สามารถผลิตวัคซีนที่มีประสิทธิผลได้โดยมีปริมาณเพียงพอในการแจกจำหน่ายให้แก่เขตต่าง ๆ ทั้งหมดของโลกโดยเฉพาะเขตที่ยากจน[31]

เมื่อวิเคราะห์ประวัติของอุตสาหกรรมพัฒนาวัคซีนก็พบว่า การพัฒนาจะล้มเหลวในอัตราร้อยละ 84–90[31][89]อนึ่ง เพราะโควิดเป็นไวรัสใหม่ มีลักษณะต่าง ๆ ที่ยังไม่ชัดเจนทั้งหมด และต้องใช้กลยุทธ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาวัคซีน ทุก ๆ ขั้นตอนจึงเสี่ยงไม่สำเร็จสูงมาก[31]

เพื่อประเมินประสิทธิผลที่วัคซีนหนึ่ง ๆ อาจมี ก็จะต้องพัฒนาแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์และสัตว์จำลองซึ่งเฉพาะเจาะจงต่อโควิดที่ไม่เคยมีมาก่อน และสิ่งจำลองเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถทดสอบยืนยันกับลักษณะต่าง ๆ ของไวรัสที่ยังไม่ปรากฏ เป็นสิ่งที่ต้องร่วมกันทำโดยกำลังจัดตั้งในปี 2020[31]ในบรรดาวัคซีนแคนดิเดตที่ยืนยันแล้วว่ากำลังพัฒนา บริษัทเอกชนเป็นผู้พัฒนาในอัตราร้อยละ 70 ที่เหลือนักวิชาการ รัฐบาล และองค์กรสาธารณสุขเป็นผู้พัฒนา[38]

ผู้พัฒนาวัคซีนโดยมากเป็นบริษัทเล็ก ๆ หรือทีมนักวิจัยในมหาวิทยาลัยผู้มีประสบการณ์น้อยในการออกแบบวัคซีนให้ประสบความสำเร็จ มีทุนจำกัดเพื่อทำงานทดลองทางคลินิกที่ซับซ้อนและเพื่อผลิตวัคซีนถ้าไม่ได้บริษัทเภสัชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติเป็นหุ้นส่วน[38][31]ผู้กำลังพัฒนาวัคซีนรวมองค์กรในสหรัฐและแคนาดาซึ่งทั้งสองรวมกันมีงานวิจัยวัคซีนที่กำลังดำเนินการเป็นอัตราร้อยละ 46 ทั้งหมดของโลก เทียบกับเอเชียที่ร้อยละ 36 รวมทั้งประเทศจีน และกับยุโรปที่ร้อยละ 18[31]

การทดลองระยะ 1 ที่วางแผนในปี 2020

วัคซีนแคนดิเดตที่กำลังออกแบบหรือพัฒนาในระยะพรีคลินิกสำหรับโควิดอาจไม่ได้รับอนุมัติให้ศึกษาในมนุษย์ช่วงปี 2020 เพราะเป็นพิษ ไม่มีประสิทธิผลชักนำให้ภูมิคุ้มกันตอบสนอง หรือล้มเหลวในด้านต่าง ๆ ในสัตว์ทดลอง หรืออาจไม่มีทุนพอ[563][564]สำหรับโรคติดเชื้อ โอกาสประสบความสำเร็จของวัคซีนแคนดิเดตในการฝ่าอุปสรรคระยะพรีคลินิกแล้วเข้าสู่การทดลองในมนุษย์ระยะที่ 1 อยู่ในอัตราร้อยละ 41–57[563]

ค่าใช้จ่ายของการทดลองเบื้องต้นในมนุษย์ค่อนข้างสูงสำหรับผู้พัฒนาวัคซีน ประเมินอยู่ที่ 14–25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 440–786 ล้านบาท)สำหรับโปรแกรมการทดลองระยะที่ 1 ทั่วไป แต่ก็อาจถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,200 ล้านบาท) ได้เหมือนกัน[563][565]เมื่อเปรียบเทียบกับ|โรคไวรัสอีโบลาที่ระบาดทั่วระหว่างปี 2013–2016 ซึ่งมีวัคซีนแคนดิเดต 37 ชนิดที่พัฒนาอย่างเร่งด่วน มีเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เป็นวัคซีน โดยมีค่าใช้จ่ายเพื่อยืนยันประสิทธิผลในการทดลองระยะที่ 2–3 ประมาณพันล้านดอลลาร์สหรัฐ (35,292 ล้านบาท)[563]

วัคซีนที่ไม่เฉพาะเจาะจงโรคโควิด

วัคซีนบางชนิดมีผลที่ไม่เฉพาะเจาะจง (non-specific effects)คืออาจมีประโยชน์เกินนอกเหนือจากโรคที่ป้องกัน[566]

แม้อ้างว่า (มี.ค., มิ.ย. และ ก.ค.) อัตราการตายเหตุโควิดจะต่ำกว่าในประเทศที่ฉีดวัคซีนบีซีจีเพื่อป้องกันวัณโรคเป็นปกติ[567][568][569][570]แต่องค์การอนามัยโลกก็กล่าวในเดือนเมษายนว่า ไม่มีหลักฐานว่าวัคซีนนี้มีผลต้านโควิด[571]ในเดือนมีนาคม 2020 ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้เริ่มการทดลองวัคซีนบีซีจีแบบสุ่มเพื่อลดการติดโรคโควิดโดยรับแพทย์พยาบาล 1,000 คน[572]ออสเตรเลียก็ทดลองแบบสุ่มเช่นกันโดยรับแพทย์พยาบาล 4,170 คน[573][574]

การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยยาหลอกเพื่อตรวจว่าวัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ (ป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน) สามารถป้องกันแพทย์พยาบาลจากโรคโควิดจะเริ่มในเดือนพฤษภาคม 2020 ที่กรุงไคโรโดยรับอาสาสมัคร 200 คน[575]

วัคซีนบีซีจี

นักวิจัยได้ศึกษาวัคซีนบีซีจีอันอาจมีผลที่ไม่เฉพาะเจาะจง (non-specific effects) เป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากสังเกตการณ์ว่าอัตราตายและความรุนแรงของโรคจะน้อยกว่าในประเทศกำลังพัฒนา (ที่มักใช้วัคซีนนี้)แต่องค์การอนามัยโลกก็เตือนว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจมีผลต่อข้อสังเกตเช่นนี้เช่น อัตราการตรวจโรคโควิดและภาระโรค (disease burden)[576]ในการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม วัคซีนนี้พบว่ามีผลไม่เฉพาะเจาะจงเป็นการป้องกันการติดเชื้อทางลมหายใจอื่น [577]

ปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานพอสนับสนุนข้อสรุปว่า วัคซีนบีซีจีมีประสิทธิภาพป้องกันโควิด[578]ในเดือนตุลาคม มหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ (อังกฤษ) ประกาศการทดลองนานาชาติขนาดใหญ่เพื่อศึกษาว่า การให้วัคซีนบีซีจีสามารถลดอันตรายของโควิดต่อบุคลากรทางแพทย์หรือไม่[579][580]ซึ่งเนเธอร์แลนด์ก็ประกาศเช่นเดียวกันในเดือนพฤษภาคมก่อนหน้านั้น[577]

การใช้ตัวเสริม (adjuvant)

จนถึงเดือนกันยายน 2020 วัคซีนแคนดิเดต 11 อย่างที่อยู่ในระยะการทดลองทางคลินิกใช้ตัวเสริมเพื่อเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน[38]ตัวเสริม หรือ immunological adjuvant เป็นสารที่เลือกใช้กับวัคซีนเพื่อเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อแอนติเจน เช่นต่อไวรัสโควิดหรือไข้หวัดใหญ่[581]ตรง ๆ ก็คือ ตัวเสริมอาจใช้กับวัคซีนโควิดเพื่อเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกันและเพิ่มประสิทธิศักย์ในการลดหรือป้องกันการติดเชื้อโควิดในบุคคลที่ได้วัคซีน[581][582]ตัวเสริมอาจมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษในเทคโนโลยีที่ใช้ไวรัสโควิดเชื้อตาย (inactivated) ในวัคซีนโปรตีนที่ได้จากยีนลูกผสม (recombinant protein) หรือในวัคซีนที่ใช้เวกเตอร์ (vector)[582]เกลืออะลูมิเนียม (aluminum salt, alum) เป็นตัวเสริมแรกที่ใช้ในวัคซีนซึ่งได้อนุมัติ โดยเลือกใส่ในวัคซีนที่ใช้ตัวเสริมเกินร้อยละ 80[582] และได้ใช้มาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1920เป็นสารที่เริ่มกลไกทางโมเลกุลและเซลล์อย่างหลายหลากเพื่อเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน รวมทั้งการปล่อยไซโตไคน์ที่เสริมการอักเสบ[581][582]

ประสิทธิศักย์

 
เส้นโค้งการติดไวรัสโควิด-19 ที่แสดงอาการแบบสะสม (cumulative incidence curve) หลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค (โทซิแนเมแรน) โดสแรก เทียบกับที่ฉีดยาหลอก ในการทดลองทางคลินิกแบบอำพรางทั้งสองฝ่าย คือทั้งผู้ฉีดยาและผู้ตรวจสอบไม่รู้ว่าผู้ฉีดยาได้วัคซีนหรือยาหลอก (เส้นแดง) ยาหลอก (เส้นน้ำเงิน) โทซิแนเมแรน[583]

ประสิทธิศักย์ของวัคซีน (efficacy) หมายถึงสมรรถภาพของวัคซีนในการลดความเสี่ยงการติดโรคของผู้ได้รับวัคซีนในการทดลองแบบมีกลุ่มควบคุม โดยเทียบกับผู้ไม่ได้รับ[147] ประสิทธิศักย์ที่ ร้อยละ 0 หมายถึงวัคซีนไม่มีผลเลย (คือมีผลเท่ากับยาหลอก) และที่ร้อยละ 50 ก็หมายถึงการมีกรณีการติดโรคครึ่งหนึ่งเทียบกับผู้ไม่ได้วัคซีน

ประสิทธิศักย์อาจลดลงถ้าผู้ฉีดจับแขนหรือบีบแขนของผู้รับวัคซีนอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้ฉีดวัคซีนเข้าใต้ผิวหนังแทนที่จะฉีดเข้ากล้ามเนื้อ[584][585]แนวทางการปฏิบัติปัจจุบันของศูนย์ป้องกันโรคสหรัฐก็คือไม่ควรฉีดวัคซีนซ้ำหลังจากที่ได้ฉีดพลาดเข้าใต้ผิวหนัง[586]

เป็นการยากที่จะเทียบประสิทธิศักย์ของวัคซีนต่างชนิดกัน เพราะข้อมูลประสิทธิศักย์ของวัคซีนแต่ละชนิดได้จากการทำการทดลองกับกลุ่มประชากรที่ต่างกัน ในภูมิภาคที่ต่างกัน และกับไวรัสสายพันธุ์ต่าง  กัน[587]สำหรับโควิด-19 ประสิทธิศักย์ที่ร้อยละ 67 อาจพอชลอให้โรคระบาดช้าลง แต่วัคซีนที่มีในปัจจุบันก็ไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันแบบกำจัดเชื้อ (sterilizing immunity)[588]ซึ่งจำเป็นในการป้องกันไม่ให้โรคติดต่อประสิทธิศักย์ของวัคซีนจริง ๆ สะท้อนเพียงการป้องกันโรค และอาจเป็นตัวบ่งชี้การติดต่อเชื้อที่ไม่ดีเพราะผู้ไม่มีอาการก็ยังสามารถแพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้มาก[589]

องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) และสำนักงานการแพทย์ยุโรป (EMA) มีเกณฑ์ประสิทธิศักย์ขั้นต่ำของวัคซีนโควิด-19 ที่ร้อยละ 50 สำหรับการขึ้นทะเบียนให้ใช้[590][591][592]ทั่วไปแล้ว การฉีดวัคซีนให้ประชากรร้อยละ 75 เป็นเป้าหมายที่เชื่อว่าปฏิบัติได้จริง ดังนั้น วัคซีนจึงต้องมีประสิทธิภาพอย่างน้อยร้อยละ 70 เพื่อไม่ให้โรคระบาด (ขึ้นอยู่กับค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐาน คือ  ) และร้อยละ 80 เพื่อกำจัดโรคโดยไม่ต้องควบใช้นโยบายอื่น ๆ เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม[593]

ประสิทธิศักย์ที่ไม่น้อยของวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอบางอย่างหลังจากฉีดเพียงแค่โดสเดียวเป็นตัวบ่งว่า[594]การฉีดวัคซีนแต่ละโดสสัมพันธ์อย่างไม่เชิงเส้นกับประสิทธิศักย์ ซึ่งจริง ๆ ก็ได้เห็นแล้วตั้งแต่การทดลองระยะที่ 1-2[595]และแสดงนัยว่า การให้วัคซีนในขนาดที่เฉพาะบุคคล ๆ (เช่น ให้เต็มสูตรสำหรับคนชรา ให้น้อยลดสำหรับเยาวชน[596]และให้เพิ่มสำหรับผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง[597]) อาจช่วยเร่งการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเมื่อวัคซีนมีจำกัด และช่วยย่นระยะเหตุการณ์ระบาด ดังที่จริง ๆ แบบจำลองการระบาดได้แสดงให้เห็นแล้ว[598]

พิสัยต่าง ๆ ในตารางต่อไปนี้มีช่วงความเชื่อมั่น (CI) ที่ร้อยละ 95 ยกเว้นจะระบุเป็นพิเศษ โดยค่าเป็นจริงสำหรับคนทุกช่วงอายุตามแหล่งอ้างอิงโดยนิยามแล้ว ความแม่นยำของค่าประเมินที่ไม่มีช่วงความเชื่อมั่นจะยังไม่ชัดเจนค่าประสิทธิศักย์ในการป้องกันโรคที่มีอาการรุนแรงเป็นเรื่องสำคัญสุด เพราะการเข้า รพ. และความตายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่ต้องป้องกันก่อนอื่น[599]วัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ใช้มีค่าประสิทธิศักย์ดังต่อไปนี้

วัคซีนประสิทธิศักย์ตามความรุนแรงของโรคที่ทำการทดลองแหล่งอ้างอิง
น้อยหรือปานกลาง[α]อย่างเบา รุนแรงแต่ไม่ถึงเข้า รพ. และไม่ถึงตาย[β]รุนแรงจนถึงเข้า รพ. หรือถึงตาย[γ]
ออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า81% (6091%)[δ]100% (97.5 % CI, 72100%)100%[ε]หลายประเทศ[131]
76% (6882%)[ζ]100%[ε]100%[ε]สหรัฐ[600]
ไฟเซอร์-ไบออนเทค95% (9098%)[η]66% (−125 to 96%)[θ][η]หลายประเทศ[601]
95% (9098%)[η]ไม่มีรายงานไม่มีรายงานสหรัฐ[602]
จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน66% (5575%)[ι][κ]85% (5497%)[κ]100%[κ][ε][λ]หลายประเทศ[153]
72% (5882%)[ι][κ]86% (−9 to 100%)[θ][κ]100%[ε][κ][λ]สหรัฐ
68% (4981%)[ι][κ]88% (8100%)[κ]100%[ε][κ][λ]บราซิล
64% (4179%)[ι][κ]82% (4695%)[κ]100%[ε][κ][λ]แอฟริกาใต้
โมเดอร์นา94% (8997%)[μ]100%[ε][ν]100%[ε][ν]สหรัฐ[604]
ซิโนฟาร์ม (BBIBP-CorV)78% (6586%)100%[ε]100%[ε]หลายประเทศ[157]
สปุตนิกวี92% (8695%)100% (94100%)100%[ε]รัสเซีย[173]
ซิโนแวค51% (3662%)[ξ]84% (5894%)[ξ]100% (56100%)[ξ]บราซิล[605][606][607]
84% (6592%)100%[ε]100% (20100%)[θ]ตุรกี[607]
โคแว็กซิน78% (6586%)[ξ]93% (57100%)[ξ]อินเดีย[608][609]
สปุตนิกไลท์79%[ε]ไม่มีรายงานไม่มีรายงานรัสเซีย[610]
Convidecia66%[ε][ξ]91%[ε][ξ]ไม่มีรายงานหลายประเทศ[208]
ซิโนฟาร์ม (WIBP-CorV)73% (5882%)100%[ε][ο]100%[ε][ο]หลายประเทศ[611]
Abdala92% (8696%)ไม่มีรายงานไม่มีรายงานคิวบา[612]
Soberana 0262%[ε]ไม่มีรายงานไม่มีรายงานคิวบา[613]
โนวาแวกซ์90% (7595%)100%[ε][ο]100%[ε][ο]สหราชอาณาจักร[614][615][616]
60% (2080%)[θ]100%[ε][ο]100%[ε][ο]แอฟริกาใต้
90%[ε]ไม่มีรายงานไม่มีรายงานสหรัฐ
ไม่มีรายงานไม่มีรายงานเม็กซิโก
CureVac48%[ε]ไม่มีรายงานไม่มีรายงานหลายประเทศ[617]
ZyCoV-D67%[ε]ไม่มีรายงานไม่มีรายงานอินเดีย[618]
  1. อาการน้อยรวมทั้งเป็นไข้ ไอแห้ง ล้า ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ เจ็บคอ ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ไม่ได้กลิ่น ไม่รู้รส คัดจมูก น้ำมูกไหล ตาแดง เป็นผื่น หนาวสะท้าน เวียนศีรษะ อาการปานกลางคือ ปอดอักเสบ
  2. อาการรุนแรงแต่ไม่ถึงต้องเข้า รพ. และไม่เสียชีวิตสำหรับคนหนึ่ง ๆ หมายถึงอาการทางการหายใจที่รุนแรงตามที่วัดเมื่อพักหรือเมื่อกำลังตรวจ (ซึ่งนอกเหนือจากการมีปอดบวม ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึก หายใจลำบาก ภาวะพร่องออกซิเจน การเจ็บหน้าอกอย่างคงยืน เบื่ออาหาร สับสน เป็นไข้สูงกว่า 38 องศาสเซลเซียส) เป็นอาการที่ยังไม่คงยืนหรือรุนแรงพอให้เข้า รพ. หรือทำให้ถึงชีวิต โดยเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ หายใจ ≥ 30 ครั้งต่อนาที, หัวใจเต้น ≥ 125 ครั้งต่อนาที, ความเข้มข้นออกซิเจนในเลือด (SpO2) ≤ 93% เมื่อหายใจปกติที่ระดับน้ำทะเล หรือ partial pressure of oxygen/fraction of inspired oxygen (PaO2/FiO2) < 300 mmHg
  3. อาการรุนแรงจนต้องเข้า รพ. หรือถึงตายหมายถึงอาการที่ต้องรักษาที่ รพ. หรือทำให้ถึงตาย รวมทั้ง หายใจลำบาก ภาวะพร่องออกซิเจน การเจ็บหน้าอกอย่างคงยืน เบื่ออาหาร สับสน เป็นไข้สูงกว่า 38 องศาสเซลเซียส) การหายใจล้มเหลว ไตวาย การทำงานผิดปกติของอวัยวะหลายระบบ ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ และช็อก
  4. เมื่อฉีด 2 โดสโดยห่างกันอย่างน้อย12 สัปดาห์ แต่เมื่อฉีดห่างกันน้อยกว่า 6 สัปดาห์ ประสิทธิศักย์จะอยู่ที่ ≈55% (3370%)
  5. 5.00 5.01 5.02 5.03 5.04 5.05 5.06 5.07 5.08 5.09 5.10 5.11 5.12 5.13 5.14 5.15 5.16 5.17 5.18 5.19 5.20 5.21 5.22 5.23 5.24 5.25 ไม่ได้ระบุช่วงความเชื่อมั่น (CI) จึงไม่สามารถรู้ความแม่นยำของค่านี้ได้จริง 
  6. เมื่อฉีด 2 โดสโดยห่างกัน 4 สัปดาห์เป็นค่าประสิทธิศักย์เพื่อ "ป้องกันโรคโควิด-19 ที่แสดงอาการ"
  7. 7.0 7.1 7.2 ในการทดลองวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค สำหรับกลุ่มฉีดวัคซีน ผู้มีอาการโควิด-19 จะนับว่าติดโรคก็ต่อเมื่อเริ่มมีอาการยิ่งกว่า 7 วันหลังฉีดวัคซีนโดสที่ 2 และยืนยันด้วยการตรวจ RT-PCR เป็นผลบวก กรณีที่มีอาการน้อยหรือปานกลางต้องมีอาการดังต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่งและตรวจพบเชื้อภายใน 4 วันก่อนหรือหลังช่วงที่มีอาการ อาการรวมทั้ง เป็นไข้ เริ่มไอหรือไอเพิ่ม เริ่มหายใจติดขัดหรือติดขัดเพิ่ม หนาวสะท้าน เริ่มปวดกล้ามเนื้อหรือปวดเพิ่ม เริ่มไม่ได้กลิ่นหรือไม่รู้รสหรือเป็นเพิ่ม เจ็บคอ ท้องร่วง หรืออาเจียนเค้สอาการรุนแรงยังต้องมีอาการเพิ่มดังต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง
    • อาการเมื่อพักที่แสดงว่าเป็นโรคทั้งร่างกายอย่างรุนแรง (หายใจ ≥30 ครั้งต่อนาที, หัวใจเต้น ≥ 125 ครั้งต่อนาที, ความเข้มข้นออกซิเจน (SpO2) ≤93% เมื่อหายใจปกติที่ระดับน้ำทะเล หรือ PaO2/FiO2 < 300 mmHg),
    • การหายใจล้มเหลว (นิยามว่าต้องใช้ออกซิเจนแบบไฮโฟลว์ หรือใช้เครื่องช่วยหายใจ คือ non-invasive ventilation, mechanical ventilation หรือ ECMO)
    • มีหลักฐานว่าช็อก คือ SBP < 90 mm Hg, DBP < 60 mm Hg หรือต้องใช้สารกระตุ้นการหดตัวกล้ามเนื้อหลอดเลือด (vasopressors)
    • การทำงานผิดปกติอย่างฉับพลันและสำคัญของไต ตับ และระบบประสาท,
    • เข้าห้องไอซียู
    • เสียชีวิต[601][602]
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 ค่านี้ไม่แม่นยำพอเพื่อจะยืนยันว่ามีประสิทธิศักย์สูงจริง ๆ เพราะค่าจำกัดล่างของช่วงความเชื่อมั่น (CI) แบบ 95% นั้นต่ำกว่า 30%
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 กรณีมีอาการปานกลาง
  10. 10.00 10.01 10.02 10.03 10.04 10.05 10.06 10.07 10.08 10.09 10.10 10.11 เป็นค่าประสิทธิศักย์ที่รายงาน ณ วันที่ 28 หลังฉีดวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันแบบโดสเดียว โดยค่าจะต่ำกว่าถ้ารายงาน ณ วันที่ 14 หลังฉีดวัคซีน[153]
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 หลังจากฉีดวัคซีน 28 วัน ไม่มีใครเข้า รพ. หรือเสียชีวิตในบรรดาคน 19,630 คนที่ได้วัคซีนในการทดลอง เทียบกับกลุ่มที่ได้ยาหลอก 19,691 ซึ่งมีคนเข้า รพ. 16 คน (อัตราอุบัติการณ์ที่ 5.2 ต่อ 1,000 คน-ปี)[153]และมีคนเสียชีวิตเนื่องกับโควิด 7 ราย[603]
  12. ในการทดลองวัคซีนของโมเดอร์นา สำหรับกลุ่มฉีดวัคซีน ผู้มีอาการโควิด-19 จะนับว่าติดโรคก็ต่อเมื่อเริ่มมีอาการยิ่งกว่า 14 วันหลังฉีดวัคซีนโดสที่ 2 และยืนยันด้วยการตรวจ RT-PCR เป็นผลบวก และต้องมีอาการแบบทั้งร่างกายอย่างน้อย 2 อย่าง (เป็นไข้ยิ่งกว่า 38 องศาสเซลเซียส, หนาวสะท้าน, ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดศีรษะ, เจ็บคอ, ปัญหาการได้กลิ่นหรือลิ้มรสที่เกิดใหม่) หรือมีอาการทางการหายใจอย่างหนึ่ง (ไอ หายใจติดขัด หรือปอดบวมไม่ว่าจะโดยอาการหรือโดยการถ่ายเอกซเรย์)[604]
  13. 13.0 13.1 ในการทดลองวัคซีนของโมเดอร์นา อาการที่จัดว่าหนักนิยามว่า ต้องผ่านเกณฑ์อาการเบา/ปานกลางบวกกับกลุ่มอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
    • อาการที่ระบุว่าป่วยหนักทั้งระบบ เช่น หายใจ ≥30 ครั้งต่อนาที, หัวใจเต้น ≥125 ครั้งต่อนาที, ความเข้มข้นออกซิเจนในเลือด (SpO2) ≤93% เมื่อหายใจปกติที่ระดับน้ำทะเล หรือ PaO2/FIO2 < 300 mm Hg,
    • ความล้มเหลวทางการหายใจ หรือ ARDS (นิยามว่าต้องให้ออกซิเจนแบบไฮโฟลว์ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือ ECMO) มีหลักฐานว่าช็อก (SBP < 90 mmHg, DBP < 60 mmHg หรือต้องใช้สารกระตุ้นการหดตัวกล้ามเนื้อหลอดเลือด (vasopressors)
    • การทำงานผิดปกติอย่างสำคัญของไต ตับ หรือระบบประสาท
    • การเข้าห้องไอซียู
    • การเสียชีวิต
    ในการทดลอง ผู้รับวัคซีนไม่มีใครเกิดอาการหนัก เทียบกับกลุ่มยาหลอกซึ่งมีคน 30 คนเข้า รพ. (อัตราอุบัติการณ์ที่ 9.1 ต่อ 1,000 คน-ปี)[604]
  14. 14.0 14.1 14.2 14.3 14.4 14.5 14.6 ข้อมูลของการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ยังไม่ได้ตีพิมพ์และยังไม่ได้ทบทวนโดยผู้รู้เสมอกัน
  15. 15.0 15.1 15.2 15.3 15.4 15.5 ไม่พบเค้สในการทดลอง

ประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล (effectiveness)

งานศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนในสถานการณ์จริงจะวัดว่า วัคซีนสามารถป้องกันเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งการติดเชื้อ อาการแสดง การเข้า รพ. และการตายได้แค่ไหน โดยติดตามตรวจสอบกับกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ในเหตุการณ์จริงที่ปัจจัยต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปตามคาดหวังทุกอย่าง[619]

  • ในอิสราเอลช่วง 20 ธันวาคม 2020 - 28 มกราคม 2021 ในบรรดาคน 715,425 คนที่ฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาหรือของไฟเซอร์-ไบออนเทค พบว่า เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 หลังจากได้โดสที่สอง มีเพียง 317 คน (ร้อยละ 0.04) ที่ป่วยเป็นโรคโควิด-19 โดยมีอาการเบาจนถึงปานกลาง และมีเพียง 16 คน (ร้อยละ 0.002) ที่ต้องเข้า รพ.[620]
  • ตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ วัคซีนของโมเดอร์นาและของไฟเซอร์-ไบออนเทคมีผลป้องกันดีมากในสถานการณ์จริง คือ เมื่อได้วัคซีนครบ ประสิทธิภาพป้องกันโรคทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการของวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (≥14 วันหลังจากโดสที่สอง) อยู่ที่ร้อยละ 90 ส่วนเมื่อได้วัคซีนเพียงโดสเดียว ประสิทธิภาพป้องกันโรค (≥14 วันหลังจากโดสแรกแต่ก่อนได้โดสที่สอง) อยู่ที่ร้อยละ 80[621]
  • ในสหราชอาณาจักร มีบุคลากรทางแพทย์ 15,121 คนใน รพ. 104 แห่งผู้ตรวจไม่พบแอนติบอดีสำหรับโควิด-19 ก่อนงานศึกษานี้ ที่ได้ติดตามตรวจด้วย RT-PCR อาทิตย์ละสองครั้งระหว่าง 7 ธันวาคม 2020 - 5 กุมภาพันธ์ 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่สายพันธุ์อัลฟากำลังระบาด งานศึกษาเปรียบเทียบผู้ที่ได้วัคซีนกับผู้ที่ไม่ได้วัคซีน โดยร้อยละ 90.7 ได้วัคซีนและที่เหลือร้อยละ 9.3 ไม่ได้ แล้วพบว่า วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคลดการติดเชื้อทั้งหมด (รวมทั้งแบบไม่แสดงอาการ) 72% (5886%) 3 สัปดาห์หลังจากโดสแรกและ 86% (7697%) 1 สัปดาห์หลังจากโดสที่สอง[622][ต้องการการอัปเดต]
  • ในอิสราเอล งานศึกษากับกลุ่มประชากรทั่วไปจาก 17 มกราคม - 6 มีนาคม 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่อัลฟาเป็นสายพันธุ์หลัก พบว่า วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคลดการติดเชื้อโควิด-19 แบบไม่แสดงอาการร้อยละ 94 และลดการติดเชื้อแบบแสดงอาการร้อยละ 97[623]
  • งานศึกษากับคนไข้ของมาโยคลินิกก่อนผ่าตัดในสหรัฐแสดงว่า วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอป้องกันการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการได้ร้อยละ 80[624]
  • งานศึกษาหนึ่งในสหราชอาณาจักรพบว่า วัคซีนของออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้าโดสหนึ่งมีผลป้องกันโรค 73% (2790%) สำหรับผู้มีอายุ 70 ปีและยิ่งกว่า[625]
วัคซีนประสิทธิภาพตามความรุนแรงของโรคภูมิภาคอ้างอิง
ไม่แสดงอาการแสดงอาการการเข้า รพ.การตาย
ออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้าไม่มีรายงาน89% (7894%)[i]ไม่มีรายงานอังกฤษ[627]
ไฟเซอร์-ไบออนเทค92% (9192%)97% (9797%)98% (9798%)97% (9697%)อิสราเอล[628]
92% (8895%)94% (8798%)87% (55100%)97%[ii]อิสราเอล[629][623]
ไม่มีรายงาน78% (7779%)98% (9699%)96% (9597%)อุรุกวัย[630]
85% (7496%)ไม่มีรายงานสหราชอาณาจักร[631]
90% (6897%)ไม่มีรายงาน100%[ii][iii]สหรัฐ[621]
โมเดอร์นา90% (6897%)ไม่มีรายงาน100%[ii][iii]สหรัฐ[621]
ซิโนฟาร์ม (BBIBP-CorV)ไม่มีรายงาน84%[ii]อาร์เจนตินา[632]
ไม่มีรายงาน94%[ii]เปรู[633]
สปุตนิกวีไม่มีรายงาน98%[ii]ไม่มีรายงานรัสเซีย[634][635]
ไม่มีรายงาน98%<